สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) นำทีมลงพื้นที่ตรวจเข้มกระบวนการผลิตเหล็ก บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด แบบเจาะลึกทุกขั้นตอน พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างทดสอบมาตรฐาน มอก. ด้านผู้บริหารเปิดบ้านโชว์ความโปร่งใส ชูนโยบาย “1 คืน 10” การันตีคุณภาพ ยืนยันผลตรวจสอบภาครัฐชี้ชัด เหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่ม เกิดจากปัจจัยทางวิศวกรรม ไม่เกี่ยวกับคุณภาพเหล็ก
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบกระบวนการผลิตเหล็กของ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ณ จังหวัดระยอง อย่างละเอียดทุกขั้นตอน พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างเหล็กเส้น 5 รายการ รายการละ 3 ตัวอย่าง เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 20 และ มอก. 24 ภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลใหม่ที่ยกระดับการเฝ้าระวังคุณภาพเหล็กทั่วประเทศ โดยมีผู้แทนประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร และสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ตลอดกระบวนการ เพื่อยืนยันความโปร่งใสและตรวจสอบได้
การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังบริษัทตกเป็นกระแสสังคมจากกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม จนเกิดข้อกังขาเรื่องมาตรฐานการผลิตเหล็ก ทางบริษัทจึงเปิดโรงงานให้หน่วยงานรัฐและสื่อมวลชนเข้าพิสูจน์ทุกขั้นตอน พร้อมเปิดเผยข้อมูลเชิงวิศวกรรม ระบบควบคุมคุณภาพ และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำข้อเท็จจริงมาเป็นหลักพิจารณา
นายเฉลิม บุญเฉียน วิศวกรที่ปรึกษา บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเปิดเผยกระบวนการผลิตทั้งหมด เพราะเชื่อว่าความเชื่อมั่นต้องเกิดจากข้อเท็จจริงและการตรวจสอบตามหลักวิชาการ ไม่ใช่จากกระแสข่าว
“หน้าที่ของผู้ผลิตคือผลิตเหล็กให้ได้มาตรฐาน ส่วนหน้าที่ของ สมอ. คือกำกับ ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด บริษัทพร้อมให้ตรวจสอบทุกเมื่อ เพราะเราเชื่อว่าคุณภาพต้องพิสูจน์ได้” นายเฉลิม กล่าว
นายเฉลิม อธิบายเพิ่มเติมว่า กระบวนการผลิตเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเศษเหล็ก ซึ่งต้องผ่านการตรวจคัดกรองสิ่งปนเปื้อน สารเคมี และรังสีอย่างเข้มงวด ก่อนนำเข้าสู่การหลอมด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) ที่ใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าสร้างความร้อนสูงกว่า 1,600 องศาเซลเซียส ในระหว่างการหลอมจะมีการตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของน้ำเหล็กเป็นระยะ ได้แก่ ช่วง 30%, 50% และก่อนสิ้นสุดการหลอม เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กให้ได้มาตรฐาน ก่อนนำไปหล่อแท่งและรีดเป็นเหล็กเส้นต่อไป
นอกจากนี้ โรงงานยังใช้ระบบควบคุมคุณภาพ (QC) 3 ระดับ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจวัตถุดิบ การควบคุมระหว่างผลิต และการทดสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ทั้งค่ากำลังคราก (Yield Strength) กำลังดึง (Tensile Strength) การยืดตัว และการดัดโค้ง พร้อมบันทึกข้อมูลทุกขั้นตอนเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบย้อนหลัง
“คุณภาพของเหล็กไม่ได้ตัดสินจากการใช้เตา IF หรือ EAF แต่ตัดสินจากผลการทดสอบตามมาตรฐาน มอก. หากผลิตภัณฑ์ผ่านเกณฑ์ ก็ถือว่าเป็นเหล็กที่ได้มาตรฐาน” วิศวกรที่ปรึกษา ย้ำ
เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุด บริษัทยังออก มาตรการ “1 คืน 10” โดยหากผู้บริโภคนำเหล็กของบริษัทไปตรวจสอบกับห้องปฏิบัติการหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง แล้วพบว่าผลไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. บริษัทพร้อมชดเชยค่าเสียหายให้ทันที 10 เท่าตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งเป็นมาตรการด้วยความสมัครใจ เพื่อยืนยันว่าสินค้าของบริษัทสามารถตรวจสอบและรับผิดชอบได้จริง
พร้อมกันนี้ บริษัทยังพา สื่อมวลชน เข้าชมระบบจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโรงงาน ทั้งระบบดักจับฝุ่น Bag Filter ระบบบำบัดอากาศ ระบบหมุนเวียนน้ำแบบปิด (Closed Cooling System) และมาตรการลดการใช้พลังงาน ซึ่งช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองและลดผลกระทบต่อชุมชนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายเฉลิม เน้นย้ำว่า จากผลการตรวจสอบและข้อมูลที่ภาครัฐเปิดเผย ชี้ชัดว่าเหตุอาคาร สตง. ถล่มไม่ได้เกิดจากเหล็ก แต่เกิดจากโครงสร้าง การออกแบบ และปัจจัยทางวิศวกรรมอื่น ๆ ที่ผ่านมา ซิน เคอ หยวน เป็นผู้ผลิตรายเดียวที่ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น แม้โครงการดังกล่าวจะใช้เหล็กจากหลายแหล่งก็ตาม อย่างไรก็ดี ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้สังคมได้พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
ด้านผู้แทน สมอ. ระบุว่า ปัจจุบัน สมอ. ได้ยกระดับเกณฑ์กำกับดูแลผลิตภัณฑ์เหล็ก โดยเน้นประเมินความเสี่ยงและสุ่มตรวจทั้งในโรงงานและตลาดปลายทาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ล่าสุดดำเนินมาตรการเฝ้าระวังความเสี่ยงไปแล้วกว่า 96% และสุ่มเก็บตัวอย่างเหล็กจากท้องตลาดมากกว่า 150 ตัวอย่าง ซึ่งผลทดสอบพบว่าคุณสมบัติทางเคมี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกเทคโนโลยีการผลิต โดยการสุ่มตรวจจะไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อให้สะท้อนสภาพการผลิตจริง
ขณะที่ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ พร้อมเสนอแนะว่า เมื่อ สมอ. ตรวจติดตามโรงงานครอบคลุมทั้งหมดแล้ว ควรมีการเปิดเผยรายชื่อผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในอุตสาหกรรมเหล็กไทยต่อไป








