วงการเหล็กเดือด! กลุ่มผู้ผลิตเตา IF จับมือโต้ข้อเสนอ กมอ. จี้แบนเหล็กข้ออ้อยในโครงสร้างหลัก แฉปมผลประโยชน์คู่แข่งทางการค้า ยันเหตุตึก สตง. ถล่มไม่เกี่ยวกับคุณภาพเหล็ก ทำอุตสาหกรรมป่วนสูญหมื่นล้าน เล็งฟ้องกลับหากมติไม่เป็นธรรม
วันที่ 27 มิ.ย.2569 วงการเหล็กเดือด! ผู้ผลิตเตา IF โต้ข้อเสนอแบนเหล็กข้ออ้อย ยันตึก สตง. ถล่มไม่เกี่ยวคุณภาพ มุ่งเป้าปมกีดกันทางการค้า เสียหายยับหมื่นล้าน ศึกอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศทวีความร้อนระอุ หลังคณะกรรมการพิจารณาเรื่องมาตรฐานสินค้า (กมอ.) เตรียมพิจารณาปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กเส้น โดยมีข้อเสนอจำกัดการใช้เหล็กข้ออ้อยที่ผลิตจากเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) ในงานโครงสร้างหลัก พร้อมบีบให้ผลิตได้เฉพาะเหล็กเส้นกลมสำหรับงานพื้นเท่านั้น ด้านกลุ่มผู้ประกอบการเตา IF ออกโรงคัดค้านทันที ยืนยันเหตุอาคาร สตง. ถล่มเกิดจากโครงสร้างงานก่อสร้าง ไม่ใช่คุณภาพเหล็ก แฉมีนัยแอบแฝงเรื่องการแข่งขันทางการค้า ทำอุตสาหกรรมป่วน ชะลอคำสั่งซื้อเสียหายแล้วกว่าหมื่นล้านบาท
นายอมร อึงสมบูรณ์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการหล่อหลอมด้วยการเหนี่ยวนำไฟฟ้า เปิดเผยว่า ปัจจุบันการผลิตเหล็กเส้นของไทยยังคงอยู่ภายใต้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. 2559 ซึ่งกฎหมายเปิดโอกาสให้ทั้งเทคโนโลยีเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF), เตาหลอมไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EF) และเตาหลอมออกซิเจนพื้นฐาน (Basic Oxygen Furnace: BOF) สามารถผลิตเหล็กเส้นข้ออ้อยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
ดังนั้น ข้อเสนอในการจำกัดการใช้เตา IF จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแต่อย่างใด ทว่ากระแสข่าวที่แพร่ออกไปกลับสร้างความสับสนและตื่นตระหนกให้กับผู้บริโภคอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเหล็กเส้นที่ผลิตจากเตา IF เป็นสินค้าที่ไม่มีมาตรฐาน ทั้งที่เป็นกระบวนการผลิตที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องมาโดยตลอด
เมื่อถามต่อกรณีที่มีความพยายามเชื่อมโยงว่าเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เกิดจากการใช้เหล็กเส้นจากเตา IF นั้น นายอมร ระบุว่า จากข้อมูลการวิเคราะห์เชิงลึกของสถาบันวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลายแห่ง พบว่าสาเหตุหลักของโศกนาฏกรรมดังกล่าวเกิดจากปัญหาด้านการออกแบบปล่องลิฟต์และการบริหารจัดการงานก่อสร้างที่ผิดพลาด ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคุณภาพของเหล็กเส้นแต่อย่างใด
นอกจากนี้ การนำเหล็กเส้นที่ผ่านการบิดเบี้ยวและรับแรงกระแทกอย่างรุนแรงจากเหตุโครงสร้างถล่มไปตรวจสอบภายหลัง อาจทำให้ผลการทดสอบทางวิศวกรรมคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้ พร้อมย้ำว่า ความแข็งแรงทนทานของเหล็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของเตาหลอมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับกระบวนการรีดและการควบคุมคุณภาพในผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย (Final Product) หากกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีเตา IF หรือเตา EF ก็มีโอกาสผลิตเหล็กที่ตกมาตรฐานได้เช่นเดียวกัน
นายอมร ยังได้เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า เทคโนโลยีเตา IF มีลักษณะคล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีความสามารถในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงและมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ขณะที่เตา EF เปรียบเสมือนรถยนต์ดีเซลที่มีต้นทุนการบริหารจัดการที่สูงกว่า ปัจจุบันเหล็กจากเตา IF ครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศสูงถึง 70% หากภาครัฐมีนโยบายจะยกเลิกจริง ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการจำนวนมาก และต้องมีมาตรการเยียวยาชดเชยที่ชัดเจนภายใต้กฎหมาย เช่นเดียวกับโมเดลของประเทศจีนที่มีมาตรการรองรับเมื่อมีการยกเลิกเตาหลอมบางประเภท
ด้าน ดร.ศักดิ์ชัย ธนบดีจิรพงศ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า กล่าวเสริมว่า ตามกระบวนการแล้ว การกำหนดหรือแก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจะต้องผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการวิชาการ (กว.) ก่อนที่จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กมอ. ซึ่งที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องต่างมีมติเห็นชอบให้เตา IF คงอยู่ในระบบการผลิตได้ เนื่องจากมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสามารถควบคุมสารมลทินในเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ชั้นการพิจารณาของ กมอ. กลับมีความเห็นเพิ่มเติมจาก 10 สมาคมผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ผลิตที่ใช้เทคโนโลยีเตา EF ดร.ศักดิ์ชัย จึงตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มดังกล่าวถือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจโดยตรง การผลักดันให้ยกเลิกเตา IF ในงานโครงสร้างหลัก จึงอาจมีแรงจูงใจแอบแฝงในเรื่องของการแข่งขันทางการค้าและการกีดกันผู้ผลิตรายย่อย มากกว่าประเด็นด้านความปลอดภัยหรือมาตรฐานสินค้าอย่างที่กล่าวอ้าง ทั้งนี้ เหล็กทุกชนิดที่ออกสู่ตลาดต้องผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์มาตรฐาน มอก. อย่างเท่าเทียมกัน
ผลกระทบจากกระแสข่าวเชิงลบที่เกิดขึ้น ส่งผลให้คู่ค้าและผู้รับเหมาก่อสร้างหลายรายเกิดความไม่มั่นใจและชะลอการสั่งซื้อเหล็กเส้นข้ออ้อยอย่างกะทันหัน ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่ออุตสาหกรรมเหล็กโดยรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท
ทางสมาคมผู้ประกอบการเตา IF จึงเตรียมยื่นหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการ และหากที่ประชุม กมอ. มีมติที่เห็นว่าไม่เป็นไปตามหลักการทางวิทยาศาสตร์และข้อกฎหมาย ทางสมาคมฯ พร้อมที่จะดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด รวมถึงเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กที่มีมูลค่าการลงทุนหลายหมื่นล้านบาท ยอดขายรวมหลักแสนล้านบาทต่อปี และรักษาเสถียรภาพของแรงงานจำนวนมหาศาลที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายที่ไม่เป็นธรรมนี้








