เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นาย วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กรณีเกิดเหตุน้ำรั่วไหลภายในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ บริเวณใกล้วงเวียนใหญ่
นายชัชชาติได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบนถนนประชาธิปก รวมทั้งอาคารข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุถนนทรุดตัวและน้ำรั่วซึมภายในอุโมงค์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้า คลินิก และอาคารพาณิชย์ในพื้นที่ต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย
ภายหลังประชุมร่วมกับผู้รับเหมาก่อสร้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตคลองสาน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทผู้รับเหมา ได้ปิดการจราจรบนถนนประชาธิปก ตั้งแต่บริเวณแยกบ้านแขกไปจนถึงวงเวียนใหญ่ พร้อมติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการทรุดตัวของผิวถนนและอาคารโดยรอบอย่างต่อเนื่อง
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผิวถนนบริเวณจุดเกิดเหตุมีการทรุดตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงขยายแนวกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
เวลา 19.00 น. นายชัชชาติ เปิดเผยว่า อุโมงค์ดังกล่าวอยู่ในเส้นทางเดียวกับจุดที่เคยเกิดเหตุบริเวณโรงพยาบาลวชิรพยาบาล แต่เป็นคนละผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยจุดนี้เป็นบริเวณต่ำสุดของอุโมงค์ ทำหน้าที่เสมือนบ่อรับน้ำ จึงเกิดการรั่วไหลของน้ำและส่งผลให้ดินทรุดตัว
ขณะนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัทผู้รับเหมา อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่ ขณะที่กรุงเทพมหานครมุ่งเน้นการดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฝ้าติดตามอัตราการรั่วของน้ำและการทรุดตัวของดินอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าความเสียหายจะขยายวงกว้างหรือไม่
กรุงเทพมหานครได้กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังในรัศมี 30 เมตร จากจุดเกิดเหตุ และสั่งอพยพประชาชนจากอาคารริมถนนประชาธิปกจำนวน 3 อาคาร รวมประมาณ 60 คน ออกจากพื้นที่ชั่วคราวเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยอาคารที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมากที่สุดได้อพยพประชาชนออกทั้งหมดแล้ว ส่วนอาคารใกล้เคียงยังอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์ พร้อมติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการเอียงตัวและการสั่นสะเทือนของอาคาร หากพบค่าผิดปกติ ระบบจะแจ้งเตือนทันที
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังสั่งปิดการจราจรตั้งแต่แยกบ้านแขกถึงวงเวียนใหญ่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ และลดแรงสั่นสะเทือนที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกิดเหตุ
นายชัชชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ล่าสุดมีแนวโน้มทรงตัว แต่ยังไม่สามารถวางใจได้ จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยแนวทางหลักคือการเร่งหยุดการรั่วของน้ำและเสริมความแข็งแรงของชั้นดิน ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาที่ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ
ส่วนการเยียวยาความเสียหายจะพิจารณาในขั้นตอนต่อไป โดยขณะนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมยอมรับว่า หากจำเป็นต้องปิดการจราจรเป็นเวลานาน กรุงเทพมหานครจะพิจารณาจัดรถรับส่งเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยเฉพาะนักเรียนและโรงเรียนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ








