"กรมโยธาธิการและผังเมือง "จัดพิธีน้อมรำลึกครบรอบ 163 ปี วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ "สมเด็จครู" ผู้ทรงวางรากฐานงานช่าง สถาปัตยกรรม และผังเมืองไทย มุ่งมั่นขยายผลภารกิจบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
วันที่ 28 เม.ย.2569 เวลา 08.30 น. ที่กรมโยธา และผังเมือง นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นประธานพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ครบรอบ 163 ปี โดยมี หม่อมหลวงตรีจักร จิตรพงศ์ พระญาติราชสกุลจิตรพงศ์ นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี นางวันทนา เย็นยิ่ง อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และประธานชมรมแม่บ้านกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้บริหาร ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าร่วมพิธี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” ผู้ทรงวางรากฐานงานโยธาธิการ งานผังเมือง และงานออกแบบสถาปัตยกรรมของประเทศไทย ณ กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระรามที่ 6
นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองมีรากฐานและวิวัฒนาการที่สำคัญนับแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนา “กรมโยธาธิการ” ขึ้นในปี พ.ศ. 2432 และยกฐานะเป็น “กระทรวงโยธาธิการ” ในปี พ.ศ. 2435 โดยมี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีและเสนาบดีพระองค์แรก ด้วยพระปรีชาสามารถอันเป็นเลิศทางเชิงช่างและศิลปกรรมหลากแขนง ทรงอุตสาหะศึกษาทั้งงานช่างไทยแบบแผนเก่าและวิทยาการสมัยใหม่จากตะวันตก เพื่อนำมาพัฒนางานก่อสร้างและการสื่อสารของประเทศ จนได้รับพระสมัญญานามจากพระบรมวงศานุวงศ์ว่า “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” และทรงได้รับความเคารพเทิดทูนในฐานะ “สมเด็จครู” ของงานช่างทั้งปวง
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงมีพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ซึ่งกลายเป็นรากฐานของภารกิจหลักที่กรมโยธาธิการและผังเมืองยึดถือปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ การวางผังเมืองและโครงข่ายคมนาคม ทรงวางรากฐานการตัดถนนสายสำคัญเพื่อรองรับการขยายตัวของพระนคร เช่น ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินนอก และถนนในเขตสำเพ็ง (เยาวราช) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการสัญจร แต่ยังเป็นการวางผังเมืองเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังทรงพระปรีชาสามารถในด้านวิศวกรรมและงานโยธา โดยทรงนำวิทยาการด้านการก่อสร้างสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการควบคุมดูแลการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สะพาน และอาคารสำคัญต่าง ๆ ให้มีความมั่นคงแข็งแรงตามหลักวิชาช่าง ควบคู่ไปกับงานสถาปัตยกรรมที่เป็นต้นแบบความสง่างามและยั่งยืน ทรงออกแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความงามแบบไทยดั้งเดิมเข้ากับโครงสร้างสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว งานของพระองค์ถูกยึดถือเป็นแบบอย่างในการออกแบบอาคารภาครัฐและพื้นที่สาธารณะ ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้นำหลักการด้านความมั่นคงแข็งแรง ความสวยงาม และประโยชน์ใช้สอย มาเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิบัติราชการในการพัฒนาบ้านเมืองให้ยั่งยืน
ปัจจุบัน กรมโยธาธิการและผังเมือง ยังคงมุ่งมั่น น้อมนำพระปณิธานด้านการจัดระเบียบเมืองของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม ผู้ทรงวางรากฐานงานช่างที่ผสมผสาน “ความงาม” และ “ประโยชน์ใช้สอย” มาขยายผลสู่ภารกิจบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ผ่านงานด้านผังเมือง งานสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรม และงานโยธาธิการ เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศเป็นไปอย่าง มีระเบียบ ปลอดภัย และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน อย่างยั่งยืน








