ศน. ร่วมกับจังหวัดสตูล จัดกิจกรรม “พลังศรัทธาถวายเทียนพรรษา 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์ ไทย – มาเลเซีย” เชิญชวนพุทธศาสนิกชน งด ละ เลิกอบายมุข เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดสตูล จัดโครงการ “พลังศรัทธาถวายเทียนพรรษา 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์ ไทย – มาเลเซีย” เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช 2569
ในวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 ณ วัดดุลยาราม อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ประเทศไทย และวัดบุญญาราม อำเภอกูบังปาสู รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ คณะสงฆ์ ภาคีเครือข่ายทางศาสนา วัฒนธรรมจังหวัดสตูล และพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายสยามในประเทศมาเลเซียเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีถวายเทียนพรรษา อนุรักษ์พระพุทธศาสนา และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ผ่านมิติศาสนาและวัฒนธรรมที่มีรากฐานร่วมกันมาอย่างยาวนาน
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมบทบาทของศาสนาในการสร้างความเข้าใจ ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ โดยร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนจัดกิจกรรม “พลังศรัทธาถวายเทียนพรรษา 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์ ไทย – มาเลเซีย” จึงเป็นการใช้มิติทางพระพุทธศาสนาเป็นกลไกในการเชื่อมโยงผู้คน สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชุมชนชาวไทย ในต่างประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในภูมิภาคอาเซียน
กิจกรรมครั้งนี้เริ่มต้นที่ วัดดุลยาราม จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่และศูนย์กลางพระพุทธศาสนาที่สำคัญของจังหวัด โดยประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะร่วมสักการะ "หลวงพ่อแก่" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ก่อนประกอบพิธีถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นเยี่ยมชมพระอุโบสถและเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ก่อนเดินทางข้ามพรมแดนไปยัง วัดบุญญาราม รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อประกอบพิธีถวายเทียนพรรษา รับชมการแสดงแลกเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมอาเซียน และเยี่ยมชมศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนา ภาษาไทย และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของชุมชนชาวไทยเชื้อสายสยามในประเทศมาเลเซียวัดดุลยารามเป็นวัดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธจังหวัดสตูลมายาวนาน ภายในวัดประดิษฐาน "หลวงพ่อแก่" หรือ "พระหน้านาง" พระพุทธรูปไม้โบราณที่เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย อีกทั้งยังเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เคยเสด็จพระราชดำเนินมายกช่อฟ้าพระอุโบสถเมื่อปี
พ.ศ.2522 ขณะที่วัดบุญญารามเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของชุมชนชาวไทยเชื้อสายสยามในรัฐเคดาห์ ทำหน้าที่สืบทอดพระพุทธศาสนา ภาษาไทย และวัฒนธรรมไทยสู่เยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง จึงนับเป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมระหว่างประชาชนของทั้งสองประเท และจังหวัดสตูลเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา และชาติพันธุ์ อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับรัฐเคดาห์มาอย่างยาวนาน ทั้งด้านวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะชุมชนชาวไทยเชื้อสายสยามในประเทศมาเลเซียที่ยังคงรักษาภาษาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไว้อย่างเข้มแข็ง กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม พร้อมส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางของการอนุรักษ์มรดกทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมร่วมของประชาชนทั้งสองประเทศ
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการศาสนามุ่งส่งเสริมให้กิจกรรมทางศาสนาเป็นพลังในการสร้างคุณธรรม จริยธรรม ความสามัคคี และความเข้าใจอันดีระหว่าง อีกทั้งกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมและศาสนาของไทยให้เป็นพลังสร้างสรรค์ที่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในเวทีนานาชาติ" อีกทั้ง เทศกาลเข้าพรรษาเป็นช่วงเวลาที่พุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมกันทำกิจกรรมเนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา พุทธศักราช 2569 ภายใต้แนวคิด “เข้าพรรษา 90 วัน เข้าถึงธรรม ทำความดี เปลี่ยนชีวิต” โดยศึกษาหลักธรรม บำเพ็ญศาสนกิจ รักษาศีล ลด ละ เลิกอบายมุข และสร้างคุณธรรมจริยธรรมตลอดช่วงเข้าพรรษา อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งความดี พร้อมทั้งสืบสานพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและสืบทอดพระพุทธศาสนา จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมทำความดีในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา น้อมนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนามาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เสริมสร้างสังคมแห่งคุณธรรม และร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป








