สัปดาห์พระเครื่อง / อ.ราม วัชรประดิษฐ์
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หรือสมเด็จพระปิยมหาราช ได้มีการจัดสร้างเหรียญที่ระลึกในวโรกาสต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเหรียญที่ระลึกเสด็จประพาสยุโรป เหรียญที่ระลึกฉลองสิริราชสมบัติครบ 25 ปี เหรียญ จ.ป.ร. ฯลฯ “เหรียญที่ระลึกปราบฮ่อ” นับเป็นเหรียญที่ระลึกเหรียญหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับความนิยมสูงมากเช่นกัน
ย้อนอดีตไปในราวปี พ.ศ. 2417-2418 ฮ่อธงเหลืองเริ่มเข้าตีเขตการปกครองของไทย คือ เมืองเชียงขวาง พระยามหาอำมาตย์ (ชื่น กัลยาณมิตร) ทำการเกณฑ์ชาวบ้านตามหัวเมืองเข้าป้องกันพร้อมทั้งแจ้งข่าวไปยังพระนคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาภูธราภัยและเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงยกทัพหลวงเข้าทางเมืองหลวงพระบางและเมืองหนองคาย เพื่อช่วยทัพพระยามหาอำมาตย์สามารถรบชนะกบฏฮ่อได้ ส่วนทางพิษณุโลกมีพระยาพิชัย (ดิส) และพระยาสุริยภักดี (เอก บุณยรัตพันธุ์) ก็ได้รับชัยชนะเช่นกัน
แต่พวกกบฏฮ่อธงเหลืองสงบได้เพียง 9 ปีเท่านั้น พอถึงปี พ.ศ. 2426 ก็เริ่มฮึกเหิมขึ้นอีก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระยาพิชัย (มิ่ง) และพระยาสุโขทัย (ครุฑ) ยกทัพไปสกัด และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราชให้เป็นแม่ทัพใหญ่ยกขึ้นไปปราบฮ่อถึงเมืองหลวงพระบาง การศึกครั้งนี้ทำการสู้รบกันหลายครั้งหลายคราจึงสงบลงได้
ครั้นเวลาล่วงไปอีก 2 ปี ในปี พ.ศ. 2428 กบฏฮ่อก็สร้างความเดือดร้อนอีกเป็นคำรบสาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้แยกทัพเป็น 2 ทัพ ทัพหนึ่งโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพันเอก พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมเป็นแม่ทัพไปปราบฮ่อที่เมืองพวน อีกทัพหนึ่งโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจมื่นไวยวรนารถ (เจิม แสงชูโต) หัวหมื่นมหาดเล็กเวรขวา ผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กคนแรก (ปี พ.ศ. 2413) และผู้ริเริ่มนำไฟฟ้าเข้ามาใช้ในประเทศไทย เป็นผู้นำทัพ สำหรับการรบในครั้งนี้ได้นำการทหารที่ทันสมัยแบบยุโรปเข้าตีกบฏฮ่อจนพ่ายแพ้ยับเยิน
ในปี พ.ศ. 2430 เมืองหลวงพระบางแจ้งข่าวว่า พวกฮ่อยกทัพมาปล้นเมืองหลวงพระบางและวังหลวง ราษฎรเสียชีวิตมากมายรวมถึงเจ้าอุปราชสุวรรณพรหมา ทางพระเจ้ามหินทรเทพนิภาธร เจ้านครหลวงพระบาง จึงพาพระมเหสีและหมู่ประยูรญาติเสด็จหนีทางชลมารคมาเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงรับสั่งให้จอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (จมื่นไวยวรนารถ (เจิม แสงชูโต) ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง) รับรองอย่างสมเกียรติ พร้อมทั้งจัดกองทัพไปปราบพวกฮ่อ
การยกทัพไปในครั้งนี้กบฏฮ่อถูกปราบลงอย่างราบคาบ มีการจัดระเบียบการปกครองใหม่ จึงไม่สามารถกลับมากำเริบเสิบสานได้อีกต่อไป ในการครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญที่ระลึกเพื่อพระราชทานแก่ผู้ไปร่วมราชการปราบฮ่อ โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ ให้ชื่อว่า “เหรียญที่ระลึกปราบฮ่อ”
ลักษณะเป็นเหรียญกลมขนาดใหญ่ หูเชื่อม ติดแพรแถบ แม่พิมพ์ด้านหน้า มีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครึ่งพระองค์ ผินพระพักตร์ด้านขวา ด้านบนจารึกอักษรไทยว่า “จุฬาลงกรณ์ บรมราชาธิราช” ด้านล่างใต้พระบรมรูปเป็นลายช่อชัยพฤกษ์ ตรงกลางผูกโบ ลายเส้นคมชัดมาก ส่วนด้านหลัง ตรงกลางเป็นรูปพระสยามเทวาธิราชทรงพระแสงของ้าว ทรงคชาธาร ยืนอยู่บนศาสตราวุธ อันเป็นสัญลักษณ์ของพวกฮ่อ โดยรอบเหรียญมีอักษรไทยกำกับว่า “ปราบฮ่อ ๑๒๓๙ ๑๒๔๗ ๑๒๔๙” ซึ่งเป็นปีจุลศักราชที่ทำการปราบฮ่อทั้ง 3 ครั้ง แพรแถบ ตรงกลางสีดำ รอบขอบสีเหลือง มีความกว้าง 2.5 เซนติเมตร
การพระราชทาน “เหรียญที่ระลึกปราบฮ่อ” จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเหรียญที่มีการพระราชทานให้จะมีตัวเลขกำกับไว้ที่ขอบเหรียญ ผู้ใดได้ไปร่วมราชการปราบฮ่อในปีใดก็จะได้รับพระราชทานเข็มสำหรับปีนั้น โดยเข็มจะประดับลงบนแพรแถบ แต่จะหาผู้ใดได้ไปร่วมราชการปราบฮ่อครบ 3 ครั้งนั้นยากเอามาก ๆ เราจึงมักพบ “เหรียญที่ระลึกปราบฮ่อ” ที่มีเข็มประดับแพรแถบเพียงหนึ่งหรือสองเข็มเท่านั้น เท่าที่ค้นคว้าข้อมูลและตำรามีผู้ที่ร่วมไปราชการปราบฮ่อครบ 3 ครั้งอยู่เพียง 4 ท่าน คือ 1) พระวิภาคภูวดล (เจมส์ แมคคาร์ธี) 2) หลวงคำนวณคัคนานต์ (ตรี) 3) ขุนประมาณสถลมารค (ใจ) และ 4) นายสว่าง ซึ่งเป็นนายเวรกรมแผนที่
อย่างไรก็ดี ผู้ได้รับ “เหรียญที่ระลึกปราบฮ่อ” ทุกคน ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติยศอย่างสูงสุดแก่วงศ์ตระกูล กอปรกับพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่งผลให้เหรียญนี้เปี่ยมด้วยคุณค่าล้ำเลิศทางด้านจิตใจ และต่างก็หวงแหนเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นมรดกแห่งความภูมิใจแก่ลูกหลานสืบต่อไปครับผม







