“ยศชนัน-สุริยะ” ลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมน่าน หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พบฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ อ.ปัว สูง 277.6 มม. น้ำท่วมแล้ว 4 อำเภอ เร่งระดมเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรช่วยประชาชน
จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านยังคงน่าเป็นห่วง หลังมีฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอปัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลบ่าลงสู่ลำน้ำปัวและลำน้ำขว้างอย่างรวดเร็ว
ล่าสุด วันนี้ (19 ส.ค.69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด โดยมี นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา นายณัฐพล วุฒิจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา นายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) และคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อกำหนดแนวทางรับมือและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน
จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดน่านตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2569 พบว่า ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงในพื้นที่อำเภอปัวสูงถึง 277.6 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากแม่น้ำน่าน แม่น้ำปัว แม่น้ำย่าง และแม่น้ำขว้าง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ปัจจุบันพบพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอภูเพียง อำเภอสันติสุข และอำเภอท่าวังผา โดยมีระดับน้ำท่วมประมาณ 0.50–1.20 เมตร
กรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานน่าน สำนักงานชลประทานที่ 2 ได้เร่งนำเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำเข้าประจำพื้นที่เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 3 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเวียงสา พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับกรมชลประทานและโครงการชลประทานในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ








