กฟก.ภาคกลาง รุกจับมือภาคธุรกิจ ดันส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปและวัตถุดิบป้อนโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อบริโภค ตั้งเป้าพัฒนารูปแบบความสำเร็จทางธุรกิจขององค์กรเกษตรกร (Farmer Business Model-FBM)
วันที่ 13 ส.ค.69 ดร.วิญญู สะตะ ผู้อำนวยการสำนักกิจการภูมิภาคที่ 2 (ภาคกลาง) มีภารกิจกำกับดูแลองค์กรเกษตรกร ครอบคลุมพื้นที่ 26 จังหวัดในภาคกลาง รวมกรุงเทพและปริมณฑล ของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า ปัจจุบันองค์กรเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในภาคกลาง ทั้งสิ้นจำนวน 8,648 องค์กร มีสมาชิกรายคนจำนวน 873,670 ราย ยังไม่รวมครัวเรือนเกษตรกรอีกนับล้านคน ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อเข้าถึงโอกาสในการยกระดับสินค้าด้านการเกษตรที่เป็นผลผลิตขององค์กร กระจายไปถึงกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ในระดับประเทศหรือระดับสากลบ้าง ที่ผ่านมาผลิตและขายในครัวเรือน ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นโดยตลอด
“ปัญหาโดยส่วนใหญ่คือความหลากหลายของมาตรฐานสินค้า คุณภาพไม่ตรงตามความต้องการตลาดหรือมีจำนวนน้อยเกินไป หรือมีต้นทุนการผลิตที่สูงเกินจริง ทำให้เสี่ยงต่อการขาดทุน แต่หากเจาะลึกลงไปในรายละเอียดพบว่ามีจำนวนไม่น้อยของสินค้าเกษตรกร ที่มีศักยภาพเพียงพอ สามารถพัฒนาขึ้นมาได้ หากมีระบบการจัดการที่ดีและได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอ ทั้งด้านงบประมาณและโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต รวมทั้งเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ”
ดร.วิญญู สะตะ กล่าวต่ออีกว่า มีนักธุรกิจและผู้ประกอบการไม่น้อย ไม่ทราบว่าองค์กรเกษตรกรที่ภาครัฐสนับสนุนผลิตอะไรบ้าง มีคุณภาพขนาดไหน และหากต้องการสินค้าหรือผลผลิตของเกษตรกรเพื่อนำมาต่อยอดหรือทำการแปรรูปเพื่อส่งออกสู่ตลาดทั่วไป จะต้องทำอย่างไรหรือติดต่อที่ไหน ดังนั้น ภารกิจของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยสำนักกิจการภูมิภาคที่ 2 (ภาคกลาง) เราจึงออกแบบให้มีแผนพัฒนาองค์กร พัฒนาระบบข้อมูลองค์กร การเชื่อมโยงข้อมูลการผลิต การตลาด ระบบสารสนเทศขององค์กร และการพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรภายในแต่ภูมิภาค และสร้างแผนงานด้านการตลาด ในภูมิภาคขึ้น ประกอบด้วย
1) จัดทำแผนพัฒนาผลผลิตและผลิตภัณฑ์ ด้านคุณภาพ ปริมาณและมาตรฐานสินค้า และการจำแนกแยกเกรดในแต่ละตลาด การสร้างแบรนด์ กฟก. ,การพัฒนาฐานข้อมูล การรวบรวมสินค้า/การเชื่อมโยงด้านผลผลิตและผลิตภัณฑ์ การพัฒนาระบบการขนส่ง
2) จัดทำแผนและดำเนินการเพื่อพัฒนาช่องทางการจำหน่าย การจับคู่การค้าระหว่างองค์กรเกษตรกรกับผู้ค้า
3) จัดทำแผนและดำเนินงานการพัฒนาระบบการตลาด เครือข่ายการค้าปลีกระดับองค์กร/ตำบล จังหวัด และระบบตลาดแบบ Online หรือทำตลาดในระบบ Digital Marketing Platform
4) จัดทำแผนการจัดการองค์ความรู้(KM) ด้านการตลาดในภาคให้กับองค์กรเกษตรกรและบุคลากรในภูมิภาค
5) พัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการเงิน(Micro finance) การวางแผนทางการเงินเพื่อการลงทุน การวิเคราะห์งบการเงิน และการแบ่งปันผลกำไร
6) ส่งเสริมและพัฒนารูปแบบทางธุรกิจขององค์กรเกษตรกร(Farmer Business Model-FBM) ส่งเสริมและพัฒนา การทดลองตลาดผลิตภัณฑ์ ขายในรูปของผลผลิตแบบวัตถุดิบหรือแปรรูป ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตลาด (Farmer Business Model Transformation) และโรงงานต้นแบบผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ (Original Equipment Manufacturer – OEM) เช่น influencer มาจ้างเกษตรกรผลิตสินค้า แต่เป็นแบรนด์ของ influencer เอง ซึ่งจะทำให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าได้มากขิ้น
ดร.วิญญู สะตะ กล่าวสรุปว่า วันนี้เรามีผู้ประกอบการที่พร้อมจะจับมือกับองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัด ผลิตพืชผักผลไม้ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ผลผลิตขององค์กรเกษตรกรจะส่งมาคัดแยกเกรด พร้อมใส่บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบได้มาตรฐานส่งขายต่างประเทศ บางส่วนจะถูกส่งไปยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด








