มมส ชูฟาร์มต้นแบบเกษตรปลอดภัย ใช้ไส้เดือนช่วยพรวนดินและเทคโนโลยีอัจฉริยะดูแลองุ่น พร้อมชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “ตัดองุ่นสดจากต้น” 3 สายพันธุ์ แรมโบ เวลิก้า และลิลลี่ วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00-17.00 น. ราคา 250 บาทต่อกิโลกรัม
วันที่ 9 ส.ค.69 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) มุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการแปรเปลี่ยนพื้นที่ฟาร์มมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตำบลนาสีนวน อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ให้กลายเป็น "Living Lab" หรือห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต ภายใต้แนวคิดของ รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่มุ่งยกระดับพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้การลงมือปฏิบัติงานจริงสำหรับนิสิตหลากหลายสาขาวิชา ทั้งด้านเกษตรกรรม ปศุสัตว์ งานวิจัย และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่
อาจารย์ ดร.ฤทธิไกร ไชยงาม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พาชมโรงเรือนปลูกองุ่นด้วยระบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดเผยว่า แปลงสาธิตแห่งนี้มีการควบคุมปัจจัยการเจริญเติบโตของพืชอย่างแม่นยำ โดยได้นำเทคโนโลยีระบบ (IoT) มาใช้ในโรงเรือนเพื่อควบคุมปัจจัยการเจริญเติบโตของพืชอย่างแม่นยำ โดยระบบ IoT นี้ยังช่วยให้สามารถติดตาม คุมปัจจัยสิ่งแวดล้อม และดูแลแปลงองุ่นได้แบบระยะไกลผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ปัจจุบันเพาะปลูกองุ่นคุณภาพสูงจำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ S48 (Early Adora สายพันธุ์แท้จากอิสราเอล), เวลิก้า (Velika), ลิลลี่ (Lily), แรมโบ (Rambo) และเซนซัสสิย่า (Sensatsiya)
โดยจุดเด่นสำคัญคือการทำเกษตรปลอดภัย เราเน้นวิธีการทางกายภาพและชีวภาพ เพื่อลดสารเคมีลงให้มากที่สุด เช่น ใช้การควบคุมความชื้นของดินและอากาศเพื่อป้องกันการระบาดของเพลี้ยไฟ ใช้โรงเรือนที่โปรงแสงและโปร่งลมเพื่อป้องกันเชื้อรา ใช้ไส้เดือน ซึ่ง "ไส้เดือนดิน" เป็นดรรชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของดิน เนื่องจากไส้เดือนหายใจด้วยผิวหนัง หากมีสารเคมีหรือปุ๋ยเคมีตกค้าง ไส้เดือนจะอยู่ไม่ได้ แต่ถ้าดินสมบูรณ์ ขุยไส้เดือนจะเป็นแหล่งรวมจุลินทรีย์นับล้านที่ช่วยสร้างอาหารให้ต้นองุ่น เราได้ใช้น้ำส้มควันไม้ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ผ่านกระบวนการวิจัยในการขับไล่และควบคุมไข่แมลง ตลอดจนใช้มุ้งเพื่อป้องกันแมลงต่าง ๆ ด้วย
ฟาร์ม มมส ตั้งอยู่ที่ตำบลนาสีนวน ห่างจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตำบลขามเรียง ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่พิสูจน์ว่า หากเข้าใจการบริหารจัดการ ดิน น้ำ และอากาศ อย่างถูกวิธี ก็สามารถเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพสูงและถ่ายทอดนวัตกรรมสู่สาธารณชนได้ อาจารย์ ดร.ฤทธิไกร กล่าว
และในโอกาสพิเศษนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรในกิจกรรม "ตัดองุ่นสดจากต้น" เลือกตัดองุ่นคุณภาพ สด หวาน กรอบ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ แรมโบ, เวลิก้า และ ลิลลี่ ในราคาเพียงกิโลกรัมละ 250 บาท ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.00 น. เปิดให้ตัดองุ่นสดจากต้นเพียงวันเดียวเท่านั้น ผลผลิตมีจำนวนจำกัด แล้วพบกันที่ฟาร์ม มมส ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม








