กรมประมงเดินหน้ายกระดับบทบาทประเทศไทยบนเวทีการบริหารจัดการประมงระดับนานาชาติ จับมือองค์กรชั้นนำระดับโลก จัดโครงการฝึกอบรม “CAPFISH Summer Academy for Southeast Asia (Phase 2)” เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรด้านการประมงจาก 6 ประเทศอาเซียน พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันและขจัดปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) เพื่อขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
การฝึกอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพมหานคร โดยมหาวิทยาลัยการเดินเรือโลก (World Maritime University : WMU) ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงมหาสมุทรและการประมงแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (MOF) และสถาบันการเดินเรือแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (KMI) ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการอบรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า โครงการ CAPFISH (Capacity-Building Project to Progress the Implementation of International Instruments to Combat IUU Fishing) เป็นโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการประมงที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายภูมิภาคของโลก ก่อนขยายมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการที่ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อมาตรฐานการบริหารจัดการประมงของไทย
การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 30 คน จากหน่วยงานด้านประมงและความมั่นคงทางทะเลของประเทศไทย รวมถึงผู้แทนจากประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม เมียนมา และติมอร์-เลสเต ตลอดจนองค์กรระดับภูมิภาค อาทิ ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFDEC) และคณะกรรมาธิการลุ่มน้ำโขง (MRC) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติด้านการบริหารจัดการประมงอย่างยั่งยืน
หลักสูตรครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์การประมง กฎหมายระหว่างประเทศ ธรรมาภิบาล ความปลอดภัยและสภาพแรงงานบนเรือประมง ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมระดับโลก เช่น Environmental Justice Foundation (EJF) และ Global Fishing Watch ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์
นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมยังได้ศึกษาดูงานระบบบริหารจัดการประมงของประเทศไทย ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า–ออกเรือประมง (PIPO) จังหวัดสมุทรสาคร และศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมง (Fisheries Monitoring Center : FMC) ของกรมประมง เพื่อเรียนรู้ระบบควบคุม ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายที่เป็นมาตรฐานสากล
อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การประมงที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือ ความโปร่งใส และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมั่นว่าโครงการ CAPFISH Summer Academy จะเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของประเทศในภูมิภาค เพื่อร่วมกันปกป้องทรัพยากรทางทะเล เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการประมงของภูมิภาคให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบาย Blue Transformation ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และแนวคิด Fisheries Connect for Sustainability ของกรมประมง ที่มุ่งเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการประมง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สร้างความมั่นคงทางอาหาร และขับเคลื่อนภาคการประมงไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว








