กยท. ขานรับขับเคลื่อนนโยบาย รมว.เกษตรฯ มุ่งยกระดับเศรษฐกิจภาคเกษตร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและรายได้เกษตรกรไทย พร้อมผลักดันโครงการสวนยางล้านไร่ คาร์บอนเครดิต และพืชมูลค่าสูง สร้างความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 4/2569 เพื่อหารือแนวทางดำเนินภารกิจสอดรับนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ มุ่งเป้ายกระดับเศรษฐกิจภาคการเกษตร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนแก่เกษตรกรไทย โดยนายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และผู้แทนหน่วยงานในสังกัด กษ. ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสถลสถานพิทักษ์ กยท. สำนักงานใหญ่
การประชุมครั้งนี้ นายสมศักดิ์ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึง การให้ความสำคัญในแนวทางการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการจัดการสวนยางพารา โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งควรพัฒนาให้เป็นองค์ความรู้เชิงปฏิบัติ (Know-how) ที่เกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตยางพารา ควบคู่กับการนำหลักวิชาการเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานให้มีความชัดเจนและเกิดผลในระดับพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางและประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ยังประสบปัญหาด้านรายได้และความเป็นอยู่ให้สามารถพัฒนาอาชีพ และสร้างโอกาสในการมีรายได้ที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ กยท. ไปศึกษาและ ปรับปรุงแก้ไขระเบียบหรือข้อกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชมูลค่าสูงได้ โดยมีแนวทางที่ชัดเจนคือ พืชทำเงินอย่าง "ทุเรียน" นั้น ไม่สามารถปลูกร่วมหรือปลูกแซมในแปลงยางเดียวกันได้ รัฐจึงเตรียมแก้ระเบียบให้เกษตรกรสามารถ "แบ่งแยกแปลงปลูกอย่างชัดเจน" เพื่อหันมาปลูกพืชมูลค่าสูงอย่างทุเรียนแทน โดยจะได้รับการสนับสนุนผ่านทุนสงเคราะห์ในอัตรา ไร่ละ 20,000 บาท เพื่อให้ชาวสวนมีเงินทุนตั้งต้นในการสร้างรายได้ที่มากขึ้นและมั่นคงขึ้น พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบและ แก้ไขปัญหาการปลูกยางพาราในพื้นที่ คทช. (คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ) ว่ามีข้อติดขัดในระเบียบใดบ้าง เพื่อปลดล็อกให้พี่น้องชาวสวนยางในพื้นที่ดังกล่าวได้รับประโยชน์สูงสุดจากการช่วยเหลือของรัฐ
ทั้งนี้ นายโกศล ได้นำเสนอบทบาท ภารกิจ และโครงการสำคัญเร่งด่วนของ กยท. ภายใต้นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ คือ โครงการสวนยางล้านไร่ เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งตั้งเป้าปลูกยางปีละ 200,000 ไร่ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริมในสวนยาง โดยเฉพาะแนวทางการปลูกยางใหม่ที่สนับสนุนให้ปลูกพืชมูลค่าสูงแซมในสวนยาง เช่น กาแฟ และโกโก้ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มและใช้ประโยชน์จากพื้นที่สวนยางให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกันยังรายงานผลการดำเนินงานสำคัญในการช่วยบรรเทาปัญหาภาคการเกษตรให้ที่ประชุมรับทราบ โดยที่ผ่านมา กยท. ได้รับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ สำหรับใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร และรับซื้อน้ำนมดิบที่ล้นตลาดเพื่อนำมาผลิตเป็นอะมิโนน้ำนมดิบ ตลอดจนการดำเนินโครงการคาร์บอนเครดิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่สวนยางพารา ภายใต้มาตรฐาน T-VER ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการสร้างแหล่งรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง และสนับสนุนการพัฒนาสวนยางพาราให้สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม
ด้านนางสาวอธิวีณ์ แดงกนิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์-องค์กร กยท. ได้นำเสนอโครงการสำคัญที่สอดคล้องกับ 5 นโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งเน้นการยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ตลาดนำการผลิต และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบอย่างยั่งยืน เช่น โครงการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตยางพารา, โครงการส่งเสริมการทำสวนยางตามมาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน, โครงการโฉนดต้นยางพารา, โครงการขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดการสวนยางตามหลัก GAP, โครงการสนับสนุนการดำเนินโครงการตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตยางพารา (Traceability) และโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางของตลาดกลางยางพาราของ กยท. เป็นต้น
ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ จำนวน 4 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการศึกษาและติดตามด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ การตลาด การนำเข้า และส่งออกสินค้าเกษตร, คณะอนุกรรมการศึกษาด้านเทคนิค ต้นทุน ความเป็นไปได้ในการผลิตพืช ประมง ปศุสัตว์ และโครงสร้างพื้นฐาน, คณะอนุกรรมการติดตามแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และข้อร้องเรียนปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร และคณะอนุกรรมการรวบรวม ศึกษา และติดตามการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้การขับเคลื่อนงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีข้อมูล ข้อเสนอแนะ และมุมมองเชิงวิชาการ ตลอดจนมีการแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำหนดแนวทาง ขับเคลื่อน ติดตาม และบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีการหารือและรับทราบประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพืชและสินค้าเกษตรอื่นๆ ได้แก่การรับรองสายพันธุ์ชนิดและประวัติปศุสัตว์เป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ให้มีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย, การแก้ไขปัญหาราคาโคเนื้อตกต่ำจากการนำเข้าผิดกฎหมาย, การมีผู้เชี่ยวชาญผสมเทียมและการอบรมอาสาปศุสัตว์ เป็นต้น ตลอดจนประเด็นไม้ผลที่มีความต้องการสูงในตลาดต่างประเทศ และ โครงการพัฒนาระบบเกษตรอัจฉริยะ (AI Smart Farm Ecosystem)








