รมช.ปิยะรัฐชย์ ลงพื้นที่อุตรดิตถ์ เดินหน้าพัฒนาการบริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร และแหล่งกักเก็บน้ำแก่เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล พร้อมเร่งแก้ปัญหาความเดือนร้อนของเกษตรกร
วันที่ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่่ 3 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ วัดราชคีรีวิเศษ หมู่ที่ 7 ตำบล บ่อทอง อำเภอทองแสนขัน เพื่อให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลและดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตพืชผลทางการเกษตรให้ได้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยืน พร้อมให้บริการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรแบบครบวงจรเชิงรุก เพื่อมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และทันต่อสถานการณ์อีกทั้งส่งเสริมการยกระดับรายได้และลดความเหลื่อมล้ำของเกษตรกรโดยการส่งเสริมตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร การส่งเสริมการเกษตรปลอดภัย การลดต้นทุนการผลิต และการบูรณาการการทำงานเชิงพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้เทคโนโลยี รวมถึงบริการภาครัฐอย่างทั่วถึงการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงเกษตรปลอดภัย การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนรวมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเกษตรกรรมต่อไปในอนาคต
สำหรับกิจกรรมภายในงานที่สำคัญ ได้แก่ การทำหมัน สุนัข/แมว การสนับสนุนปัจจัยการผลิต และรับคำขอการออกโฉนดจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) รวมถึงการให้บริการ 11 คลินิกหลักที่ครอบคลุมในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรและคลินิก อื่น ๆ จากหน่วยงานสนับสนุนหลัก เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการภาครัฐของเกษตรกร และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสามารถต่อยอดการสร้างเครือข่ายเกษตรกรต้นแบบ อีกทั้งการพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน ตลอดจนมีสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสินค้าOTOP มาจัดจำหน่าย
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้เดินทางไปยัง สะพานน้ำ คลองส่งน้ำสายใหญ่ กม.14+200 บ้านโคกงาม ตำบลผักขวง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ รวมถึงการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารและระบบชลประทานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยและการใช้งานคืนสู่สภาพเดิม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภค-บริโภค และสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทาน ประมาณ 10,000 ไร่ ต่อหนึ่งฤดูกาลเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพอีกด้วย








