ชป. จับมือ กฟผ. ปรับลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์แบบขั้นบันไดช่วง 25–31 พ.ค. 69 เพื่อลดผลกระทบลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง หลังฝนตกสะสมภาคเหนือ-กลางตอนบน พร้อมเฝ้าระวังใกล้ชิด
วันที่ 25 พ.ค.69 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนยังคงไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้รับอิทธิพลของฝนที่ตกสะสมในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ทำให้ระดับน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเช้าวันนี้ (25 พ.ค. 69) เวลา 06.00 น. ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,095 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ขณะที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 690 ลบ.ม./วินาที ยังไม่กระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนี้
กรมชลประทาน ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ โดยทยอยลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ แบบขั้นบันได ในช่วงวันที่ 25 - 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อชะลอปริมาณน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างให้เหมาะสมกับสถานการณ์ฝนที่ตกในพื้นที่
โดยเขื่อนภูมิพล จะปรับลดการระบายน้ำจากวันละ 25 ล้าน ลบ.ม. เหลือ 15 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิติ์ ปรับลดจากวันละ 20 ล้าน ลบ.ม. เหลือ 12 ล้าน ลบ.ม. ตามลำดับ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำให้มากที่สุด
กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกแห่ง ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง (ลุ่มน้ำเจ้าพระยา) ติดตามสถานการณ์น้ำ สภาพอากาศ และปริมาณฝนอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในระยะนี้








