ดร.วาสนา จักรแก้ว อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ ศูนย์การศึกษาลำปาง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต,ผศ.สร้อย ไชยเดช โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง "ระบบควอนตัมในมิติกฎหมาย ความท้าทายและแนวทางการกำกับดูแลเทคโนโลยีแห่งอนาคต" ความว่า เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเชิงลึกที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และระบบกฎหมายของโลก โดยเฉพาะการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computing) การสื่อสารควอนตัม (Quantum Communication) และการเข้ารหัสข้อมูลควอนตัม (Quantum Cryptography) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ อาทิเช่น การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการกำกับดูแลเทคโนโลยีสมัยใหม่ จากการปฏิวัติดิจิทัลสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่สามารถยกระดับขีดความสามารถของการประมวลผลข้อมูล การสื่อสาร และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมจะดำเนินการได้
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาดังกล่าวมิได้ส่งผลเฉพาะด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดคำถามเชิงกฎหมายและจริยธรรมจำนวนมาก อาทิเช่น ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล สิทธิความเป็นส่วนตัว ความรับผิดทางกฎหมายจากการใช้ระบบอัตโนมัติ และการกำกับดูแลเทคโนโลยีที่อาจจะยังไม่มีกฎหมายที่สามารถรองรับได้อย่างรวดเร็วเพียงพอและครอบคลุมได้ในทุกมิติ ซึ่งผลกระทบของเทคโนโลยีควอนตัมต่อระบบกฎหมาย มีดังต่อไปนี้
1. ความท้าทายต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และกฎหมาย GDPR ของสหภาพยุโรป ที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าระบบการเข้ารหัสข้อมูลในปัจจุบันมีความปลอดภัยเพียงพอ อย่างไรก็ตาม Quantum Computing มีศักยภาพในการถอดรหัสระบบเข้ารหัสแบบ RSA และ ECC ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลอาจเผชิญความเสี่ยงจากการถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น หน่วยงานกำกับดูแลจำเป็นต้องพัฒนามาตรฐานการเข้ารหัสรูปแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า Post-Quantum Cryptography เพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว
2. กฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีศักยภาพในการเจาะระบบรักษาความปลอดภัยแบบดั้งเดิม กฎหมายด้านความมั่นคงไซเบอร์จึงต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ถึงแม้ประเทศไทยมีกฎหมายพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 แต่ประเด็นสำคัญที่กฎหมายจะต้องพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขอยู่เสมอเพื่อให้เท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลง ได้แก่ มาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ยุคควอนตัม การรับรองระบบ Quantum Security การจัดการความเสี่ยงเชิงเทคโนโลยี การป้องกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
3. ความรับผิดทางกฎหมายของระบบอัจฉริยะควอนตัม การประยุกต์ใช้ Quantum AI ในการตัดสินใจทางธุรกิจ ทางการแพทย์ หรือการบริหารภาครัฐ อาจก่อให้เกิดข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดชอบ โดยมีคำถามสำคัญ ได้แก่ ใครต้องรับผิดชอบหากระบบควอนตัมตัดสินใจผิดพลาด ผู้พัฒนา ผู้ใช้งาน หรือเจ้าของระบบควรรับผิดเพียงใด การตัดสินใจโดยอัลกอริทึมควอนตัมสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่ ประเด็นเหล่านี้เป็นความท้าทายสำคัญของกฎหมายเทคโนโลยีในอนาคต
4. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา Quantum Computing สามารถสร้างนวัตกรรม ออกแบบผลิตภัณฑ์ และคิดค้นสูตรทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างอัตโนมัติจึงเกิดคำถามทางกฎหมายว่า ผลงานที่สร้างโดยระบบควอนตัมสามารถได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์หรือไม่ ใครเป็นเจ้าของสิทธิบัตรที่เกิดจากการค้นพบ โดย AI และ Quantum Computing กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในปัจจุบันเพียงพอหรือไม่ หลายประเทศเริ่มศึกษาแนวทางปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับประเด็นดังกล่าวแล้ว
Quantum Governance เป็นแนวคิดการกำกับดูแลแห่งอนาคต การกำกับดูแลเทคโนโลยีควอนตัมไม่สามารถอาศัยแนวคิดกฎหมายแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความไม่แน่นอนสูงแนวคิด Quantum Governance จึงถูกเสนอขึ้นโดยมีหลักการสำคัญ ได้แก่ 1) การควบคุมการปรับตัว (Adaptive Regulation) กฎหมายต้องมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ตามพัฒนาการของเทคโนโลยี 2) การออกแบบที่คำนึงถึงจริยธรรม (Ethical-by-Design) การออกแบบระบบควอนตัมต้องคำนึงถึงจริยธรรมและสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ต้น 3) ระดับความเสี่ยง (Risk-Based Regulation) การกำกับดูแลควรพิจารณาระดับความเสี่ยงของเทคโนโลยีเป็นสำคัญ 4) ความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Cooperation)เทคโนโลยีควอนตัมเป็นประเด็นข้ามพรมแดน จึงจำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างประเทศในการกำหนดมาตรฐานและกฎเกณฑ์ร่วมกัน
สำหรับประเทศไทยได้มีการประกาศนโยบาย Thailand 4.0 และเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายสำหรับเทคโนโลยีควอนตัมจึงเป็นประเด็นสำคัญ แนวทางที่ควรดำเนินการ ได้แก่ การจัดทำยุทธศาสตร์กฎหมายเทคโนโลยีควอนตัมแห่งชาติ การพัฒนากฎหมายรองรับ Post-Quantum Cryptography การส่งเสริมการวิจัยด้าน Quantum Law และ Quantum Governance การพัฒนาบุคลากรด้านนิติศาสตร์ดิจิทัล การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันอุดมศึกษา เพราะเทคโนโลยีควอนตัมกำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และกฎหมายของโลก โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงไซเบอร์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความรับผิดทางกฎหมาย และทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจึงถือเป็นภารกิจสำคัญของทุกประเทศที่จะต้องร่วมมือกัน การส่งเสริมนวัตกรรมและการคุ้มครองสิทธิของประชาชน เพื่อให้สังคมสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีควอนตัมได้อย่างปลอดภัย เป็นธรรม และยั่งยืนในอนาคต








