มก. จัดประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ภายใต้หัวข้อ “ดินเพื่อความยั่งยืนในอนาคต” โดยมีนักวิชาการและภาครัฐ-เอกชนเข้าร่วม แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรดิน ท่ามกลางวิกฤตโลกร้อนและต้นทุนการเกษตรที่เพิ่มขึ้น มุ่งยกระดับเกษตรไทยอย่างยั่งยืน
วันที่ 14 พ.ค.69 ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานเปิดงาน “การประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 9” หัวข้อ “ดินเพื่อความยั่งยืนในอนาคต” เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมรวงข้าว อาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีผู้บริหาร นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา รวมถึงตัวแทนจากภาครัฐและภาคเอกชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง วัตถุประสงค์เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในการจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน ท่ามกลางวิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อนและข้อจำกัดทางการค้าระหว่างประเทศที่มีความเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า หากดินไม่ดี เราจะปลูกพืชผลได้ยาก ตอนนี้ดินไม่ค่อยดีจะทำอย่างไรให้ดินกลับมาสมบูรณ์ ซึ่งต้องอาศัยนวัตกรรมและองค์ความรู้เข้ามาช่วย และเรื่องการประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์ก็สำคัญอย่างยิ่ง วันนี้รู้สึกดีใจที่มีผู้เห็นความสำคัญของดินมาเข้าร่วมในงานการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 9 “ดินเพื่อความยั่งยืนในอนาคต” วัตถุประสงค์ก็เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรดินและปุ๋ย รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านปฐพีวิทยา และขอให้งานการประชุมวิชาการนี้ประสบความสำเร็จตามที่หวังทุกประการ
ศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช (ราชบัณฑิต สาขาปฐพีวิทยา) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บรรยายพิเศษ หัวข้อ "ดินเพื่อเกษตรกรรมไทย ภายใต้สภาวะโลกร้อนและการกีดกันทางการค้า" ว่า ดินในเมืองไทยกำลังแย่ มีการทำลายดินในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร การใช้ปุ๋ยเคมีมากเกินไป การชะล้างพังทลายของดิน ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ประกอบกับปัจจัยสภาพแวดล้อมโลกเดือด ทำให้อุณหภูมิดินสูง จุลินทรีย์ในดินตาย ไม่ดินก็ขาดน้ำ ส่งผลให้การปลูกพืชหลักได้ผลผลิตลดลง ทำให้ต้องใช้ปุ๋ยเพิ่มขึ้น และต้นทุนการผลิตก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย รวมถึงวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ทำให้ปุ๋ยมีราคาแพงขึ้น ประเทศไทยเรานำเข้าปุ๋ยเคมี 95% เราไม่มีโรงงานผลิตปุ๋ยของตนเอง กลยุทธ์การปรับตัว เราต้องใช้ดินเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนมากขึ้น ต้องมีการบริหารจัดการดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ รวมถึงมีการปลูกพืชในโรงเรือน การมีพันธุ์พืชใหม่ ๆ
ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งในรูปแบบการบรรยายและภาคโปสเตอร์ เพื่อมุ่งเน้นการฟื้นฟูสุขภาพดินและยกระดับการผลิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน








