มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยคณะวนศาสตร์ เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ ร่วมกับ บริษัท DeepForest Technologies Co., Ltd. (DFT) ประเทศญี่ปุ่น ขับเคลื่อนเทคโนโลยี “Forest AI” ยกระดับการวัดและวิเคราะห์ทรัพยากรป่าไม้ของไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตาม ประเมิน และบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างแม่นยำ พร้อมรองรับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการคาร์บอน และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต
โดยล่าสุด ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย Mr. Masanori Onishi, Chief Executive Officer บริษัท DeepForest Technologies Co., Ltd. (DFT) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวัดและวิเคราะห์ทรัพยากรป่าไม้ขั้นสูง โดยมี Ms. Yoko Kirioka, Oversea Business Manager และ รศ.ดร.ประทีป ด้วงแค คณบดีคณะวนศาสตร์ ร่วมลงนามในฐานะพยาน พร้อมด้วย ศ.ดร.ดอกรัก มารอด รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและความเป็นสากล ตลอดจนผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม 9 ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ในโอกาสดังกล่าว ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความร่วมมือกับ DeepForest Technologies ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเข้ากับเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการสำรวจ วิเคราะห์ และบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทยให้ก้าวทันบริบทโลกยุคใหม่ พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยในระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม
จากนั้น Mr. Masanori Onishi กล่าวว่า DeepForest Technologies มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้การวิเคราะห์และบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้มีความแม่นยำ เข้าถึงได้ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำ ด้านวนศาสตร์ของประเทศไทย จะนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ
ภายในพิธี Ms. Yoko Kirioka, Oversea Business Manager บริษัท DeepForest Technologies Co., Ltd. (DFT) ได้นำเสนอศักยภาพเทคโนโลยี “Forest AI” และภาพรวมการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลป่าไม้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านการใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลข้อมูลเชิงพื้นที่ สามารถจำแนกชนิดไม้ วิเคราะห์ความสูง เส้นผ่านศูนย์กลาง ปริมาตรชีวมวล ตลอดจนประเมินศักยภาพการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับรายต้น ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการสำรวจพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ ลดระยะเวลาในการสำรวจภาคสนาม และสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ในยุคดิจิทัล
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการประสานและขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การจัดฝึกอบรม การถ่ายทอดเทคโนโลยีการสำรวจป่าไม้ การพัฒนาโครงการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนข้อมูลและทรัพยากร ตลอดจนการบูรณาการข้อมูลจากการสำรวจภาคสนามร่วมกับระบบรีโมทเซนซิง (Remote Sensing) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือด้านการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีเป้าหมายร่วมกันในการเผยแพร่ผลงานวิชาการผ่านวารสารและเวทีประชุมวิชาการระดับนานาชาติ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านการจัดการป่าไม้ การประเมินคาร์บอน และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ โดยบันทึกความเข้าใจฉบับดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี และรายละเอียดของกิจกรรมหรือโครงการความร่วมมือเฉพาะด้านจะมีการกำหนดเพิ่มเติมร่วมกันในอนาคต
ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ บริษัท DeepForest Technologies Co., Ltd. (DFT) ประเทศญี่ปุ่น ในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยยกระดับมาตรฐานการสำรวจและวิเคราะห์ทรัพยากรป่าไม้ของไทยด้วยเทคโนโลยี Remote Sensing และ AI เท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการขับเคลื่อนสู่ความเป็นสากล พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยที่เข้มแข็งระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น เพื่อร่วมพัฒนานวัตกรรมด้านป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และการจัดการคาร์บอนอย่างยั่งยืนในอนาคต








