กรมฝนหลวงฯ ตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศที่เชียงใหม่ ส่งเครื่องบิน 5 ลำใช้เทคนิคโปรยน้ำแข็งแห้งและก่อเมฆช่วยระบายฝุ่น PM2.5 พร้อมดูแลสภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ
วันที่ 1 เม.ย.69 เวลา 14.30 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ มีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลต่อสุขภาพอย่างรุนแรง (สีม่วง) จึงได้สั่งการปรับแผนการทำงาน ตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.เชียงใหม่ ระดมเครื่องบิน 5 ลำ ได้แก่ L410 2 ลำ CASA 2 ลำ และ CN 1 ลำ ปฏิบัติการด้วยเทคนิคการโปรยน้ำแข็งแห้ง การสเปรย์น้ำเย็น ระบายฝุ่นออกจากพื้นที่ และช่วงชิงสภาพอากาศก่อเมฆ เลี้ยงเมฆเพื่อให้เกิดฝนตก โดยในบ่ายวันนี้ มีการปฏิบัติการในเวลา 14.30 น. ใช้เครื่องบินขนาดกลาง CASA จำนวน 1 ลำ ปฏิบัติการด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง บินที่ความสูงระดับ 4,000 ฟุต บริเวณ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ และใช้เครื่องบินขนาดกลาง CASA จำนวน 1 ลำ บินปฏิบัติการในเวลา 14.45 น. ด้วยเทคนิคการเลี้ยงเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง บินที่ความสูงระดับ 9,500 ฟุต บริเวณ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน - อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เพื่อช่วยบรรเทาและระบายฝุ่นละอองใน จ.เชียงใหม่ และพื้นที่ภาคเหนือ
นายราเชน กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและวางแผนทำงานให้ทันกับสถานการณ์ โดยในช่วงวันที่ 1-3 เมษายน 2569 จะเน้นการก่อเมฆเพื่อดูดซับฝุ่นละออง ช่วงวันที่ 4-6 เมษายน 2569 จะมีค่าความชื้นสัมพัทธ์ที่มีโอกาสเข้าเงื่อนไขการทำฝนหลวง จึงเน้นย้ำให้ปฏิบัติการให้เกิดฝนตก และช่วงวันที่ 6-7 และ 11-12 เมษายน 2569 ให้ปฏิบัติการก่อเมฆเพื่อดูดซับฝุ่นละออง ทั้งนี้ ในกรณีที่ระดับชั้นอุณหภูมิผกผัน (Inversion) มีความสูงต่ำกว่า 3,000 ฟุต จะมีการวางแผนทำงานด้วยเทคนิคการสเปรย์น้ำเย็นเพื่อช่วยระบายฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นการช่วยระบายฝุ่นอีกทางหนึ่งได้ และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะปฏิบัติการจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย มีเป้าหมายคือเห็นยอดพระธาตุดอยสุเทพ และค่าคุณภาพอากาศดีขึ้นเพื่อพี่น้องประชาชน จ.เชียงใหม่ และจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนการปฏิบัติการฝนหลวงยังมีการติดตามสภาพอากาศและปฏิบัติการเพิ่มปริมาณให้กับพื้นที่การเกษตร พื้นที่ลุ่มรับน้ำ ซึ่งเกษตรกรและประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและขอรับบริการฝนหลวงได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-5100 เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และช่องทางโซเชียลมีเดีย @drraa_pr








