กระแสความนิยมในสไตล์ย้อนยุคแบบจีนดั้งเดิม หรือ "กั๋วเฉา" (Guochao) ได้กลายเป็นเทรนด์ความงามระดับท็อปที่ครองใจคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวในสุนทรพจน์วันขึ้นปีใหม่ 2026 ถึงปรากฏการณ์ความสำเร็จของตัวละครอย่างหงอคงและนาจา ที่สร้างแรงดึงดูดไปทั่วโลกและก้าวขึ้นมาเป็นรสนิยมกระแสหลัก สะท้อนผ่านบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่พากันสวมชุดฮั่นฝูเยี่ยมชมโบราณสถาน ซึ่งในช่วงหยุดยาวตรุษจีนที่ผ่านมา มียอดนักท่องเที่ยวภายในประเทศพุ่งสูงถึง 596 ล้านคน และสร้างรายได้ทุบสถิติใหม่ที่ 8 แสนล้านหยวน สอดรับกับยุทธศาสตร์ในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ที่มุ่งผลักดันแบรนด์ระดับตำนานและสินค้าแฟชั่นสไตล์จีนให้ก้าวสู่ระดับพรีเมียม เพื่อนิยามไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ผสานวัฒนธรรมเข้ากับเศรษฐกิจอย่างลงตัว
พลังแห่ง Soft Power ของกั๋วเฉาได้แทรกซึมสู่ทุกมิติของวิถีชีวิต ตั้งแต่สินค้าสร้างสรรค์ของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน ไปจนถึงมาสคอต "ม้าตุนตุน" (Ma Dwen Dwen) ที่สร้างปรากฏการณ์ฟีเวอร์ในช่วงตรุษจีนปีม้า โดยข้อมูลจาก Douyin ระบุว่ากลุ่ม Gen Y และ Gen Z คือฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนตลาดนี้ ขณะเดียวกันกลุ่มผู้สูงอายุก็เริ่มแสดงศักยภาพการบริโภคที่สำคัญ โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าเศรษฐกิจสูงวัยของจีนจะพุ่งแตะ 30 ล้านล้านหยวนภายในปี 2035 ส่งผลให้กั๋วเฉากลายเป็นสายใยทางจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงคนสามรุ่นเข้าด้วยกัน ทั้งผ่านชุดฮั่นฝูและเฟอร์นิเจอร์แนว New Chinese Style ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
ในระดับสากล เสน่ห์ของกั๋วเฉากำลังดึงดูดสายตาชาวโลกอย่างทรงพลัง เห็นได้จากยอดชาวต่างชาติเดินทางเข้า-ออกประเทศจีนในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาซึ่งสูงถึง 1.31 ล้านคน เพื่อสัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมต้นตำรับ นอกจากนี้ จีนยังประสบความสำเร็จในการส่งออกคอนเทนต์และนวัตกรรมระดับโลก เช่น เกม "Black Myth: Wukong" เกมระดับ AAA เกมแรกของจีน ภาพยนตร์แอนิเมชัน "นาจา : อสูรน้อยป่วนสมุทร" (Nezha 2) ที่สร้างสถิติรายได้ในต่างประเทศ และแบรนด์อาร์ตทอยอย่าง Pop Mart ที่ขยายฐานแฟนคลับไปทั่วโลก รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเมืองตุนหวงเพื่อชุบชีวิตภาพผนังพันปีสู่ประสบการณ์ร่วมสมัย
การหลอมรวมของหลากหลายธุรกิจส่งผลให้เศรษฐกิจเชิงสุนทรียศาสตร์เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยไอมีเดีย รีเสิร์ช คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดกั๋วเฉาจะพุ่งทะลุ 3 ล้านล้านหยวนภายในปี 2028 กรณีศึกษาที่สำคัญคือ Pop Mart ที่เปลี่ยนผ่านจากร้านค้าปลีกทั่วไปสู่การปั้นตัวละครออริจินัลอย่าง MOLLY และ LABUBU จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความคิดสร้างสรรค์ระดับพรีเมียม ความแข็งแกร่งของกั๋วเฉาจึงไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ผู้บริโภค แต่ยังยกระดับห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบสู่ความทันสมัยและยั่งยืนในยุคดิจิทัล พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงความเข้าใจระหว่างจีนและประชาคมโลกผ่านพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันดับสูญ








