วันที่ 17 มิ.ย.69 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Paisal Puechmongkol" ระบุว่า การที่ทนายบุญถาวร ยื่นถวายฎีกาต่อต่อในหลวง เพื่อมีพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดงนั้น เป็นทั้งสิทธิและหน้าที่ของประชาชน
ในขณะที่ทนายความสีน้ำเงินคัดค้านว่าไม่ควรถวายฎีกา
ควรจะทราบว่าการขัดขวางการถวายฎีกานั้นมีความผิดตามพระบรมราชโองการในรัชกาลที่ 4 ซึ่งจะต้องถูกลงโทษตีด้วยกระบอง พระบรมราชโองการดังกล่าวยังมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายนะครับ
ใครจะเถียงว่าที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่ เป็นของเอกชนไม่ใช่ของการรถไฟ ขอให้รำลึกไว้ว่า มีหลักฐานแน่นหนา ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของการรถไฟคือ
- พระบรมราชโองการของรัชกาลที่ 5 พระราชทานที่ 5,083 ไร่เขากระโดงให้แก่กรมรถไฟหลวง เพื่อนำหิน และไม้ฟืน มาใช้เพื่อประโยชน์ในกิจการของการรถไฟ
- มีพระราชกฤษฎีกาในสมัยรัชกาลที่ 6 พระราชทานที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่ ให้แก่การรถไฟ
- มีหลักฐานการจ่ายเงินของพระคลังมณฑลพายัพให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในที่ดินเขากระโดงเป็นค่าขนย้าย ออกไปจากที่ดินทุกราย หลักฐานทั้งหมดนี้ส่งไว้ในศาลในคดีฟ้องขับไล่ผู้บุกรุก
- คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดหลายคดี พิพากษาว่าที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่เป็นของการรถไฟ
- คำพิพากษาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา กว่า 30 คดี พิพากษาว่าที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่เป็นของการรถไฟ
เมื่อที่ดิน 5,083 ไร่เป็นของการรถไฟ การที่กรมที่ดินไปออกโฉนดในที่ดินดังกล่าว จึงเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายและเป็นหน้าที่กรมที่ดินต้องเพิกถอนการกระทำความผิดของกรมที่ดินเอง แม้ไม่มีใครไปร้องก็เป็นหน้าที่ของกรมที่ดินที่ต้องแก้ไขปัญหาความผิดพลาดจากการกระทำของตนเอง จะไปอ้างว่าผู้บุกรุกหลายรายยังไม่ถูกฟ้องคดี ไม่ผูกพันตามคำพิพากษาที่ตัดสินมาแล้ว เป็นการบิดเบือน และอุ้มชูนักการเมือง แต่ยิ่งอุ้มก็ยิ่งชิบหายวายวอดแน่นอน ทั้งคนอุ้มและคนถูกอุ้มจะติดตะรางกันหัวโต และคงต้องจบชีวิตทางการเมืองในไม่ช้านี้








