วันที่ 17 มิ.ย.69 “รสนา โตสิตระกูล” อดีตสมาชิกวุฒิสภา และตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า สงครามยุติ น้ำมันไทยลดสุดซอยกี่โมง ??!!
เมื่อวานนี้ 15 มิ.ย.2569 สื่อมวลชนลงข่าว “โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจ 7 ประเทศ (G7) ที่ฝรั่งเศส โดยเปิดเผยระหว่างการหารือกับเอมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านลงนามข้อตกลงกันแล้ว หย่าศึก เปิดฮอร์มุซเต็มรูปแบบ 19 มิ.ย.“
ราคาน้ำมันดิบดูไบวันนี้ (16 มิย.)ราคาเหลืออยู่ที่ 73.19 เหรียญต่อบาร์เรล คิดเป็นราคาเนื้อน้ำมันดิบ 15 บาทต่อลิตร เป็นราคาที่กลับมาสู่สภาพปกติเหมือนตอนก่อนเกิดวิกฤต คนไทยจึงคาดหวังว่าราคาน้ำมันสำเร็จรูปขายปลีกหน้าปั๊มควรจะลดลงสู่ภาวะปกติเช่นกัน
น้ำมันเบนซิน95 ราคา 50.69 บาทสามารถลดเหลือ 36.83 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 และ91 สามารถลดราคาจาก 41.10 บาท และ 40.73 บาท เหลือ 35.16บาทและ 34.73 บาทต่อลิตร
ดีเซลบี7 ควรลดภาษีสรรพสามิตลงสัก5บาท จะได้ราคา เหลือลิตรละ 33.60 บาทใกล้เคียงราคาก่อนวิกฤตได้
ราคาน้ำมันสามารถลดได้มากกว่านี้ โดยที่ผู้ค้าน้ำมันยังมีกำไรไม่น้อย หากมีการแก้ไขโครงสร้างราคาน้ำมันที่โปร่งใส เป็นธรรมทั้งระบบอย่างแท้จริงตามข้อเสนอของเครือข่ายภาคประชาชน
เหตุใดน้ำมันดิบลด น้ำมันสำเร็จรูปไม่ลด เพราะมีตัวดูดเงินประชาชนหลักอยู่ 3 ส่วน คนไทยมีรัฐบาลก็เหมือนไม่มี เพราะต่างฝ่ายต่างล้วงกระเป๋าประชาชน จึงไม่มีการกำกับราคาน้ำมันให้เป็นธรรม
1)ราคาเนื้อน้ำมันโรงกลั่นที่บวกค่าพรีเมี่ยมที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง และช่วงวิกฤติจากสงครามในอิหร่าน ก็มีการโก่งราคาน้ำมันตั้งแต่สิงคโปร์ เห็นได้จากค่าการกลั่นที่สูงกว่ามาตรฐานยามปกติมาก ในต่างประเทศจะมีการใช้กฎหมายภาษีลาภลอยเพื่อเก็บรายได้ส่วนเกินมาลดราคาน้ำมัน สำหรับประเทศไทยนอกจากไม่มีกฎหมายภาษีลาภลอยมาเก็บรายได้ส่วนเกินของผู้ประกอบการแล้ว ยังปล่อยให้มีค่าการตลาดที่สูงเกินสมควรอีกด้วย
2) กองทุนน้ำมันเป็นเครื่องมือบิดเบือนราคาน้ำมันผสมเอทานอล และไบโอดีเซลที่มีราคาแพงกว่าน้ำมันเบนซินและดีเซลล้วนๆ และอำพรางว่ามีราคาถูกโดยใช้กองทุนน้ำมันมาชดเชย ทำให้คนไทยต้องเป็นทาสหนี้โรงกลั่นแบบเจ็ดชั่วโคตรถ้าไม่ยกเลิกระบบนี้
3)กระทรวงการคลังมุ่งเก็บภาษีสรรพสามิตตามเป้าของตนโดยไม่สนใจลดภาษี แม้ในยามวิกฤต ทั้งที่น้ำมันเป็นต้นทุนของภาคการผลิต และค่าครองชีพของประชาชน
ในช่วงจังหวะนี้ ขอเรียกร้องรัฐมนตรีเอกนัฏหยุดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันสักระยะ ให้โอกาสประชาชนได้ใช้น้ำมันราคาใกล้เคียงราคาจริงในตลาดโลกบ้างเถิด และหยุดเอาเงินกองทุนน้ำมันชดเชยน้ำมันดีเซล บี20 เพื่อหยุดหนี้เพิ่มในกองทุนน้ำมัน
เพียงแค่ไม่เก็บเงินคนใช้เบนซิน95 เข้ากองทุนน้ำมันลิตร 12.27 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 และ91 หยุดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน 4.59 บาทต่อลิตร และคุมค่าการตลาดไม่เกิน2บาทต่อลิตรก็สามารถลดราคาเบนซินและแก๊สโซฮอล์เหลือ 30 กว่าบาทได้ทันที
ส่วนดีเซลบี7 ควรลดภาษีสรรพสามิตลงจาก 6.92 บาทต่อลิตรลงไปสัก5บาท จะได้ราคา ดีเซล บี7 จากราคาปัจจุบัน 38.80 บาทเหลือลิตรละ 33.60 บาท ใกล้เคียงราคาก่อนเกิดสงคราม โดยกองทุนไม่ต้องมีหนี้
ในเมื่อรัฐบาลเคยประกาศขึ้นราคาน้ำมันพรวดๆ คราวละ 6 บาทสองรอบบ้าง 3 บาทบ้าง ขึ้นราคาถี่ๆหลายครั้ง เดือนเดียวขึ้นราคารวม 10-20 บาทต่อลิตร อ้างขึ้นตามตลาดโลก คราวนี้ราคาตลาดโลกกำลังปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว รัฐมนตรีก็อย่าลดราคาแบบตลาดนัดเลย ขอให้ชาวบ้านได้ชื่นอกชื่นใจที่น้ำมันลดราคาจริงตามราคาตลาดโลก ถ้ารัฐมนตรีไม่ลดราคาน้ำมันกระปริบกระปรอยแบบฉี่ไม่สุด ก็จะทำให้ชาวบ้านได้สรรเสริญว่ารัฐมนตรีได้ทำอย่างสุดซอยจริงๆสักครั้งเถอะ








