วันที่ 16 มิ.ย.69 เวลา 11.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลงหลังจากที่มีการตกลงเจรจาสันติภาพกันระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้ใช้กลไกการบริหารจัดการราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อลดภาระประชาชน โดยสามารถดึงเงินกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาช่วยลดราคาหน้าปั๊มได้กว่า 8,300 ล้านบาท และส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลทยอยปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย
นายเอกนัฏ กล่าวว่า สำหรับสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบันนายเอกนัฏระบุว่าได้สั่งการให้ทบทวนตัวเลขใหม่โดยใช้ตัวเลขจริงแทนการคาดการณ์ พบว่ายอดการติดลบของกองทุนลดลงจากเดิมที่คาดไว้จากเดิมติดลบกว่า 60,000 ล้านบาท เหลือเพียงประมาณ 57,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการอายัดเงินคืนให้แก่ผู้ค้าบางกลุ่มที่อยู่ระหว่างการสอบสวนเรื่องการกักตุนกำไรไว้อีกประมาณ 30,000 ล้านบาท ทำให้ในขณะนี้รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้เพิ่มเติม โดยจะบริหารจัดการภายในวงเงินกู้ที่ดำเนินการอยู่เดิมเพื่อไม่ให้เป็นภาระหนี้สาธารณะของประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานกำลังวางกลไกถาวรในการกำกับดูแลราคาหน้าโรงกลั่นและค่าการกลั่น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์โลก เพื่อไม่ให้ค่าการกลั่นพุ่งสูงเกินไป โดยจะมีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้อำนาจแก่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในการกำกับดูแลได้อย่างเต็มที่ในอนาคต
“เราเอาบทเรียนที่ผ่านมา เพื่อที่จะมาวางกลไกสำหรับการจัดการราคาหน้าโรงกลั่น ถามตกลงเนี่ย ที่ไปอิงสิงคโปร์ ควรจะอิงแบบที่ไปบวกพรีเมี่ยม ควรจะบวกหรือไม่ควรบวก กลไกในการกำหนด ค่าการกลั่น สำหรับโรงกลั่น ในสภาวะเกิดเหตุการณ์ขึ้นแบบตะวันออกกลางแล้วค่าการพุ่งสูงปรี๊ด ก็ต้องมีกลไกในการจำกัดไม่ให้ค่าการเพิ่มสูงมากเกินไปแบบนี้ เป็นต้น”นายเอกนัฏ ระบุ








