วันที่ 14 มิ.ย.69 เรวดี ศรีท้าว อดีตนักวิ่งลมกรดหญิงทีมชาติไทย โพสต์ข้อความผ่านอเฟซบุ๊ก เรวดี ศรีท้าว ระบุว่า...
#จากใจชาวบ้านธรรมดาๆคนหนึ่ง
พี่เป็นชาวบ้านธรรมดาๆคนหนึ่งที่โชคดีที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสเป็นนักวิ่งทีมชาติไทย เหนือสิ่งอื่นใด พี่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จากพระองค์หญิงพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และพระองค์ภา(ขออนุญาตใช้คำพูดธรรมดาและการขานพระนามตามความทรงจำสมัยพี่วัยรุ่น พระองค์ภายังทรงพระเยาว์ พี่ได้มีโอกาส ตามพี่โก้ พลตำรวจตรีสมเดช ตั้งจิตตนุสรณ์ ที่ตอนนั้นเป็นตำรวจติดตาม ที่ท่านทั้งสองทรงเรียกว่าเปา และพี่ติ๋ว วัลภา ตั้งจิตตนุสรณ์ รุ่นพี่ทีมชาติ(เสียชีวิตแล้ว) เข้าไปในวังสวนอัมพร สมัยนั้น ก็จะคุ้นเคยกับข้าราชบริพารที่ทำงานรับใช้พระองค์ท่านทั้งสองพระองค์ เวลาในวังจัดงานต่างๆไม่ว่าจะจัดแข่งขันกีฬาให้ข้าราชบริพาร จัดงานวันประสูติ พี่ก็จะได้มีโอกาสเข้าไปในวัง ครั้งหนึ่งมีการจัดแข่งขันวิ่งผลัด พระองค์ภายังทรงพระเยาว์ ยังทรงเขินๆไม่กล้าเข้ามาทักทายพี่ก็แอบๆมองพระองค์ท่านจนท่านถือไม้ผลัดพี่จึงเข้าไปใกล้ท่านและแนะนำการวิ่งรับและส่งไม้ผลัด และเย้าท่านตอนท่านนั่งว่าเห็นกางเกงในแล่บ ท่านทรงเขินอายทรงน่ารัก ที่สุดและทรงไม่ถือสา พี่ พระองค์ภา ทรงสนพระทัยการวิ่งตั้งแต่เด็ก ทรงถามวิธิวิ่งให้เร็วต้องวิ่งยังไง รับส่งไม้ผลัดแบบไหน ทรงซักถามและทรงลองวิ่งอย่างตั้งใจ บรรยากาศวันนั้น พี่จำได้ไม่ลืม ในสมัยที่พี่ได้สปอนเซอร์จากไนกี้ พี่ได้ขอรองเท้าไนกี้ไปถวายให้พระองค์หญิงและพระองค์ภา และกราบทูลว่าให้ใส่ออกกำลังกายและใส่ฝึกวิ่ง จนเมื่อปี 2541 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์ พระองค์หญิงและพระองค์ภา ทรงพระเมตตา เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปเชียร์นักกรีฑาที่สนามธรรมศาสตร์ พี่และโค้ชอเมริกาได้เข้าเฝ้า ถวายรายงานโปรแกรมการแข่งขัน ณ ที่ประทับในสนาม เป็นความปลาบปลื้มต่อพี่ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม อย่างหาที่สุดมิได้ ยุคนั้นไม่มีโทรศัพท์ที่เป็นกล้องถ่ายรูปจึงไม่มีรูปมีเพียงความทรงจำของพี่มิรู้ลืม จนปี2544 พี่ติ๋ววัลภา ตามเสด็จไปทางภาคใต้ และเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต พี่ช่วยจัดการงานศพพี่ติ๋ว พระองค์หญิงและพระองค์ภาที่ตอนนั้นทรงป่วย ก็ทรงมีเมตตาเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปร่วมในงานศพพี่ติ๋ว เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ท่านทรงเมตตาข้าราชบริพารและชาวบ้านธรรมดาเช่นพี่ มากมาย นั่นคือสิ่งที่พี่โชคดีในฐานะชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ได้รับพระเมตตาโดยตรง จากพระองค์ เมื่อพี่เลิกวิ่งก็ห่างหาย ได้แต่ติดตามข่าวพระองค์ท่านทั้งสองโดยเฉพาะพระองค์ภา ตั้งแต่ทรงเรียนนิติศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์ ทรงขับรถยนต์เต่าสีเขียวไปเรียนเอง พี่สอบถามข่าวคราวของท่านจากเปา และได้เห็นว่าพระองค์ภา ท่านสุดยอด เก่งมาก เก่งที่สุด ท่านทรงทำทุกอย่างอย่างเต็มที่และดีที่สุด ทั้งๆที่พระราชกรณียกิจ เยอะแยะมากมาย จนท่านไปเป็นอัยการอยู่ทางภาคอีสาน ทรงเลี้ยงหมาตามที่ทรงโปรด ทรงซ้อมวิ่งและลงแข่งขันตั้งแต่ระยะ5กิโล 10กิโล 21กิโล มาราธอน 42กิโล ยังไม่พอ ท่านทรงลงแข่งขันประเภทไตรกีฬาอีกด้วย นี่คือสุดยอดมนุษย์แล้ว
จนมาปีที่พสกนิกรชาวไทยมีบุญมากมาย ที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จ ในหลวง พระราชินี พระองค์ภา และพระองค์หญิงสิริวัณณนารีรัตน์ ทุกพระองค์อย่างใกล้ชิด ทุกๆพระองค์เสด็จพระราชดำเนินทักทายพสกนิกรชาวไทย ทุกคน ทุกหมู่เหล่า ช่างเป็นภาพที่งดงามที่อยู่ในความทรงจำมิรู้ลืมตลอดไป พี่ก็ได้ไปนั่งเฝ้ารับเสด็จทุกครั้งที่รู้ว่าจะมีเสด็จ ครั้งที่ได้รับพระมหากรุณา อันหาที่สุดมิได้จากพระองค์ภา คือพี่นั่งแถวที่3 เมื่อพี่เห็นพระองค์ภาทรงพระดำเนินมาด้วยความดีใจ พี่กระโดดจากแถว3
มาแถวหน้าและกราบบังคมถามว่า "พระองค์ภา ทรงจำหม่อมฉันได้ไหมเพคะ" ท่านหยุดและโน้มพระวรกายลงมาคุยว่าจำได้เรวดี ศรีท้าว นักวิ่งทีมชาติไทย พี่กราบทูล ชมพระองค์ภาว่า พระองค์ภาวิ่งเก่งมากเพคะ ทั้งมาราธอน ทั้งไตรกีฬา ท่านทรงถ่อมตนว่า โอ๊ย! ภาสู้นักวิ่งทีมชาติเรวดี ศรีท้าวไม่ได้หรอก ทรงพระเมตตามากที่สุด
วันนี้พี่ตั้งใจ เมื่อทราบว่าได้รับพระราชทานให้ประชาชนร่วมถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระรูป เวลา8:30-12:00 พี่นอนหลับๆตื่นๆ เช้าออกจากบ้าน7โมง กว่าๆไปถึงสนามหลวงประมาณ8:20น. เขาตั้งแถวรอเวลา8:30น. เริ่มเดินมีแจกอาหารแจกขนม น้ำกาแฟ พี่เข้าใจว่าพี่เป็นแถวแรก
แต่พอลงมานั่งใต้ดินที่มีการจัดจุดคัดกรองและนั่งรอ อ้าว! ที่นั่งฝั่งซ้ายที่เขาจัดไว้ หลายร้อยมีประชาชนนั่งกันเต็มแล้ว นั่นหมายถึงเขามาถึงกันตั้งแต่7โมงเช้าแล้ว
พี่ได้มานั่งรออีกฝั่งที่นั่งที่จัดไว้อีกหลายร้อย โดยรวมน่าจะเป็นพัน พี่จึงถึงบางอ้อ!ฉันเข้าใจผิด
มีคนมาเร็วกว่าฉันหลายร้อยคน
พี่นั่งรอก็นั่งนึกถึงเรื่องราวในความทรงจำแล้วน้ำตาก็ซึมและจุกอก ความรู้สึกที่เชื่อว่าหลายคนคงเป็นเหมือนพี่ จนได้เข้าไปถวายน้ำสรงพระศพ ในเวลา10.47น. พี่ดูนาฬิกา พอดีเป๊ะ
เจ้าหน้าที่น่ารักทุกคน และแจ้งว่าใครคลุกเข่าไม่ได้ก็ไม่ต้องคลุกเข่า พี่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามาพยามเลี่ยงไม่คลุกเข่า เลย แต่ครั้งนี้พี่เต็มใจที่จะคลุกเข่า ถ้าพี่จะต้องเจ็บก็ไม่เป็นไร ถือว่าเล็กน้อยเท่าฝุ่นผง เมื่อเทียบกับสิ่งที่พระองค์ภาท่านทรงทำมาตลอดพระชนชีพของท่าน
"สถิตในใจปวงประชาตราบนิรันดร์
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น"
ข้าพระพุทธเจ้า ร้อยตำรวจโทหญิงเรวดี ศรีท้า








