วันที่ 19 พ.ค.69 "อาจารย์อ้อย" อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ระบุว่า...
กับดักคำว่า “อกตัญญู” และ “เรื่องภายในครอบครัว”
ก่อนอื่นขอส่งกำลังใจและความชื่นชมมายังทราย เรื่องของทราย ที่ต้องทนทุกข์กับความขมขื่นจนกลายบาดแผลลึกในใจ มีมุมมองสองประเด็นที่ขออนุญาตพูดถึงเพราะมักเป็นความสับสนในสังคม
เมื่อได้อ่านเทปสัมภาษณ์ อาจารย์รู้สึกชื่นชมว่าทรายเป็นคนจิตใจดี มีวุฒิภาวะสูงมาก ซึ่งน่าจะมาจากการได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาดี
ที่ทรายกล่าวว่า “ เรื่องแบบนี้คือการทำร้าย ไม่ใช่เรื่องภายในครอบครัว จริงๆ ทรายไม่ชอบคำนั้นนะครับ เรื่องภายในครอบครัว เพราะครอบครัวเป็นสถาบันที่อาจทำร้ายบุคคลภายในครับ เหตุผลที่หลายคนเจอเรื่องแบบทราย ฆ่าตัวตาย ออกมาไม่รอด ติดยา เพราะทุกคนผลักให้เป็นเรื่องภายในครอบครัว คุณเป็นมนุษย์ อย่ามองว่าเป็นเรื่องครอบครัว”
ตรงนี้อาจารย์ชื่นชมมาก และช่วยเปิดมุมมองให้แก่สาธารณชน
คำว่า “เรื่องภายในครอบครัว” เป็นกำแพงที่หยุดยั้งไม่ให้คนนอกยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เป็นความรุนแรง เมื่อใดที่มีการล่วงละเมิดไปจนถึงมีการทำร้ายร่างกายขึ้นมา คนนอกมีสิทธิ์เข้าไปช่วยตามหลักมนุษยธรรม แม้แต่ตำรวจเองก็ต้องให้ความคุ้มครองเช่นกัน
การที่ญาติๆ ไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วยแม้ว่าจะส่งเสียงออกไปแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่าติดกับดักคำว่า “เรื่องภายในครอบครัว”
เมื่อมีเด็กคนหนึ่งถูกกระทำ Child Abuse ผู้ถูกร้องขอความช่วยเหลือ ต้องก้าวข้ามกำแพงคำว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว แล้วเข้าช่วยโดยไม่ต้องเกรงใจวงศาคณาญาติ เพราะชีวิตของทุกคนมีความหมาย
เราจะนอนหลับโดยหันหลังให้กับเด็กที่กำลังถูกกระทำ จนส่งสัญญาณขอให้ช่วยได้อย่างไร
หากเราผ่านไปเห็นพ่อคนนึงกำลังทุบตีลูกอย่างหนัก จนเสียงร้องส่งมาถึงข้างนอก เราก็มีสิทธิ์ไปช่วยได้เพราะมันเป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิต
ประเด็น กตัญญู-อกตัญญู
การกระทำที่เข้าข่ายอกตัญญู คือมีเจตนาทำร้าย ไม่มีจิตสำนึกถึงพระคุณที่ท่านมอบให้และไม่คิดตอบแทนพระคุณ แต่หากท่านกำลังทำสิ่งที่ผิดทำนองคลองธรรม ลูกก็ต้องถอยมาตั้งหลักโดยแยกให้ออกระหว่าง ความสำนึกในพระคุณที่ท่านเลี้ยงดู กับการเอาตัวรอดไม่ให้ตกเป็นเหยื่อความอยุติธรรม
สองเรื่องนี้ซ้อนกันอยู่ในแบบที่จะใช้คำว่า “อกตัญญู” คำเดียวตัดสินรวมไม่ได้
หากมองด้านเดียวจะคิดว่า ความกตัญญูคือการต้องตอบแทนผู้มีพระคุณอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าท่านจะทำผิดทำถูกก็ต้องตามใจ ต้องตอบแทนต่อไป แต่ในความจริงการตอบแทนใดๆ ต้องอยู่บนสัมมาทิฐิหรือมีความเห็นที่ถูกต้อง
หากบุพการีกำลังทำสิ่งที่ “อยุติธรรม” ลูกก็ช่วยหยุดยั้งท่านได้ ซึ่งบางครั้ง การทำลายความหลงผิดก็มีราคาเป็นความเจ็บปวด
เช่น หากแม่ติดพนันแล้วบังคับขู่เข็นให้ลูกส่งเงินให้แม่เล่นพนันต่อไป นี่ไม่ใช่ความกตัญญู แต่เป็นการผลักให้แม่จมเหวลึกไปเรื่อยๆ
การตอบแทนบุญคุณที่สูงที่สุดคือการให้ธรรมทาน เป็นการมอบธรรมหรือสอนให้ท่านทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
การแสดงความกตัญญู ต้องเป็นการกระทำที่ส่งผลลัพธ์อย่างถูกทำนองคลองธรรม รวมถึงช่วยให้ผู้มีพระคุณที่กำลังเดินลงเหว หยุดก่อกรรมทำเข็ญต่อผู้อื่นและต่อตัวเอง
คำขอโทษ อย่างจริงใจจะช่วยแก้ปัญหาและเยียวยาทุกอย่าง ไม่มีใครไม่เคยทำผิดพลาด คำขอโทษที่ออกจากใจและมอบการเยียวยา จะช่วยให้ทุกคนได้เริ่มต้นใหม่ ก้าวข้ามแก้วที่แตกร้าว แล้วเดินบนเส้นทางที่ตนเลือกเดิน
เรื่องราวความขมขื่นของทรายที่กลายเป็นเรื่องสาธารณะ ทำให้คนในสังคม ต่างมอบความรักความเห็นใจ ส่งการโอบกอดผ่านคลื่นอากาศไปยังทรายอย่างท่วมท้น
แม้สิ่งที่ทรายได้รับในวันนี้ จะไม่สามารถทดแทนสิ่งที่หายไปในวัยเด็ก แต่การได้รับความรักจากคนจำนวนมาก ที่มากมายดุจเม็ดทรายในมหาสมุทร จนไม่สามารถนับได้ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ย่อมมีคุณค่าและมีความหมายยิ่ง
บนเส้นทางที่ผ่านความเจ็บปวดมีมุมที่งดงามเกิดขึ้นกับทราย
และทำให้รู้สึกว่า ชื่อ “ทราย” คือชื่อที่ถูกส่งมาเป็นของขวัญจากฟากฟ้า
เพราะในวันนี้ ทราย คือผู้ที่ได้รับความรักจากมหาสมุทร
และจากมหาชน
ขอให้ชีวิตต่อจากนี้พบเจอแต่สิ่งที่ดีงามนะคะ








