วันที่ 10 ก.พ.69 นารากร ติยายน พิธีกรชื่อดังและผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 เชียงใหม่ โพสต์ข้อความวิเคราะห์พรรคกล้าธรรม หลังกวาดเก้าอี้ในหลายพื้นที่ว่า ทำไมพรรคกล้าธรรมชนะในหลายเขตได้ ส.ส.จำนวนมาก หักปากกาเซียน จากการเก็บข้อมูลของนักข่าวมาเป็นปี วิเคราะห์ได้แบบนี้
1)พรรคกล้าธรรมสะสมขุมกำลังจาก ส.ส.เดิม พื้นที่เดิม เขตเดิม แค่ย้ายมาจากพรรคอื่น ทั้งบ้านใหญ่ และคนในพื้นที่ที่ช่วยเหลือกันมานาน
2)พรรคกล้าธรรมไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่คนคนเดียว แต่กระจายผู้สมัครลงหลายๆเขต ยกตัวอย่างที่จังหวัดหนองบัวลำภู เขต 2 ส่ง ไชยา พรหมมา ซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีมาก่อน แต่ก็แพ้เป็นหมื่นคะแนน เพราะไชยา ไม่สนใจพื้นที่ ชาวบ้านไม่ชอบเลยไม่เลือก
ในขณะที่ เขต 1 และ เขต 3 ผูัสมัครเป็นคนของ นายกอบจ. และเป็นเครือญาติของนักการเมืองท้องถิ่น ทำพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง จึงชนะการเลือกตั้งทั้ง 2 เขต
3)พรรคกล้าธรรมฝังตัวอยู่ในกระทรวงเกษตรมานาน จึงสามารถใช้กลไกรัฐเข้าถึง voter จริงๆ ผ่านทางข้าราชการ คนของรัฐ และนโยบายต่างๆ ที่เอื้อต่อเกษตรกร
4)พรรคกล้าธรรม กระสุนถึง ยิงจริงจัง ปัจจัยทุกอย่างพร้อมหมด โดยเฉพาะคำว่า “ใจถึงพึ่งได้” อาจฟังดูเชย แต่สำหรับชาวบ้านมัน “ถึงใจ”
5)คุณธรรมนัสตระเวณปราศัยในต่างจังหวัดด้วยตัวเอง และบอกว่าพรรคกล้าธรรมมีผู้สมัครเกรดเอ 112 คน ด้านนักวิชาการที่วิเคราะห์การเมืองผ่านสื่อหลายคนเคยพูดว่า ใครกล้าประกาศว่าอยู่ตรงข้ามกล้าธรรม พรรคนั้นเป็นฝ่ายค้าน
สรุปจากการวิเคราะห์
ภาพลักษณ์ “เทา” ไม่มีผลต่อการเลือกตั้ง ถ้าคุณธรรมนัสไม่เก่งจริง พลเอกประยุทธ์ คุณทักษิน พลเอกประวิทย์ คงไม่เลือกใช้มาก่อน
และเพราะข้อมูลต่างๆนี้เองทำให้ พรรคกล้าธรรมกลายเป็น ตัวแปร ตาอยู่ เป็นตัวสอดแทรกที่ทรงประสิทธิภาพ








