สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology: AIT) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านน้ำและสุขาภิบาล (Global Water and Sanitation Center (GWSC) ร่วมกับ World Toilet Organization (WTO) กรมอนามัย และกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวจัดงาน World Toilet Summit 2026 (การประชุมส้วมโลก) ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอน สไตลิซ คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี โดยงาน World Toilet Summit 2026 (การประชุมส้วมโลก) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 พฤศจิกายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย จังหวัดปทุมธานี ซึ่งวันที่ 19 พฤศจิกายน ตรงกับวันส้วมโลก (World Toilet Day) แห่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations World Toilet Day)
ศาสตราจารย์ ดร. ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านน้ำและสุขาภิบาล เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการก้าวสู่การเป็นต้นแบบระดับโลกด้านส้วมและสุขาภิบาล โดยต่อยอดจากมาตรฐานส้วมที่มีคุณภาพ ไปสู่การจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างครบวงจรและยั่งยืน การจัดงาน World Toilet Summit 2026 จึงนับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านน้ำและสุขาภิบาล (GWSC), World Toilet Organization, กรมอนามัย และกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมกันผลักดันการพัฒนาด้านสุขาภิบาลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
“งาน World Toilet Summit 2026 จะเป็นเวทีระดับโลกในการแลกเปลี่ยนนโยบาย องค์ความรู้ และนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุขาภิบาลจากประเทศไทยและนานาชาติ โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนของเสียจากส้วมให้กลับมาเป็นทรัพยากร เช่น พลังงาน ปุ๋ย ไบโอชาร์ และน้ำที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เราหวังว่าประเทศไทยจะเป็นพื้นที่ต้นแบบในการสาธิต ทดลองใช้ และขยายผลเทคโนโลยีเหล่านี้ไปสู่ประเทศต่าง ๆ ทั้งในเอเชีย แอฟริกา และภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก เพื่อยกระดับสุขอนามัย คุณภาพชีวิต และขับเคลื่อนการจัดการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืน”
ในขณะที่แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยและภาคีเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนการประชุมส้วมโลก 2026 (World Toilet Summit 2026) ภายใต้แนวคิด “Safe Toilets, Reused Resources, and Healthy Communities” ยกระดับเรื่องส้วมจากเรื่องใกล้ตัวสู่ประเด็นสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับโลก พร้อมผลักดันระบบสุขาภิบาลที่ปลอดภัย เข้าถึงได้สำหรับทุกคน เปลี่ยนของเสียเป็นทรัพยากร และรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่ชุมชนสุขภาวะและสังคมที่ยั่งยืน
ซึ่งการประชุมส้วมโลก 2026 (World Toilet Summit 2026) เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้นำองค์ความรู้ ประสบการณ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านสุขาภิบาลของไทยแลกเปลี่ยนกับนานาประเทศ พร้อมเรียนรู้แนวทางใหม่เพื่อพัฒนาระบบสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ ประเทศไทยมีการเข้าถึงส้วมในครัวเรือนมากกว่าร้อยละ 99.8 แต่ส้วมในสถานที่และสถานบริการสาธารณะยังต้องพัฒนาให้มีมาตรฐาน สะอาด (Health) เพียงพอ (Accessibility) และปลอดภัย (Safety) โดยให้ความสำคัญมากกว่ามิติของ ความสะอาด แต่ครอบคลุมถึงสุขภาพ ความปลอดภัย ความเท่าเทียม สิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืน พร้อมรับมือภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย
ด้านนางสาวศิริลักษณ์ ลีระศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่ากรุงเทพมหานครเป็นมหานครขนาดใหญ่ที่รองรับประชาชน ประชากรแฝง และนักท่องเที่ยวรวมกันกว่า 10 ล้านคน ภาพลักษณ์ ความน่าอยู่ และคุณภาพชีวิตของเมืองจึงมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับมาตรฐานของห้องน้ำสาธารณะ โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับห้องน้ำสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้เป้าหมาย “เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน”
นอกจากนี้กรุงเทพมหานครยังได้ดำเนินงานร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อย่างใกล้ชิด โดยยึดตามมาตรฐานห้องน้ำสาธารณะระดับประเทศ HAS ได้แก่ Health, Accessibility และ Safety เพื่อให้ห้องน้ำสาธารณะไม่เพียงสะอาดและถูกสุขลักษณะ แต่ต้องมีความปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย เพราะเราเชื่อว่าการเข้าถึงห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดและได้มาตรฐานเป็น สิทธิขั้นพื้นฐาน ที่มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน”
ดังนั้นกรุงเทพมหานครพร้อมเป็นภาคีเครือข่ายร่วมกับ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนงานด้านสุขาภิบาล และหวังว่าการประชุม World Toilet Summit 2026 จะเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อร่วมกันยกระดับสุขาภิบาล สร้างเมืองที่มีสุขภาวะที่ดี และนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน
ภายในงานแถลงข่าว Mr. Jack Sim ผู้ก่อตั้ง World Toilet Organization (WTO) กล่าวถึงความสำคัญของการจัด World Toilet Summit 2026 ว่า เวทีนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ให้ความสำคัญกับการนำแนวคิดไปสู่การปฏิบัติและสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน โดยหลังการประชุมแต่ละครั้ง WTO จะติดตามและสานต่อความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในบางประเทศดำเนินมาเป็นระยะเวลานานถึง 10–20 ปี
“ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เราทุ่มเทเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขวิกฤตสุขาภิบาลโลก และการได้จัด World Toilet Summit ที่กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่เราภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เราหวังว่าเวทีนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือและการลงมือทำที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขาภิบาลได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”
ศาสตราจารย์ ดร.มนูกิจ พาณิชกุล รองอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) กล่าวว่า “พันธกิจสำคัญของ AIT ครอบคลุมทั้ง การเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างประโยชน์สู่สังคม โดยเรามุ่งนำองค์ความรู้และงานวิจัยไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง การจัดงาน World Toilet Summit 2026 สะท้อนพันธกิจดังกล่าวอย่างชัดเจน ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม เข้ากับความร่วมมือของภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางและผลักดันการแก้ไขความท้าทายด้านสุขาภิบาลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”
ขณะที่ Prof. Sangam Shrestha กล่าวถึงความท้าทายด้านสุขาภิบาลในระดับโลกว่า แม้ปัจจุบันประชากรโลกประมาณ 58% สามารถเข้าถึงระบบสุขาภิบาลที่ได้รับการจัดการอย่างปลอดภัย แต่ยังมีประชากรอีกประมาณ 3.4 พันล้านคน ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการดังกล่าว “ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่างานด้านสุขาภิบาลของโลกยังไม่สิ้นสุด และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การประชุม World Toilet Summit 2026 จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความร่วมมือจากนานาประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสุขาภิบาลที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และเท่าเทียม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน”
ด้าน Dr. Roshan Shrestha กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีความพร้อมและมีจุดแข็งในการเป็นเจ้าภาพ World Toilet Summit 2026 โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีตัวอย่างที่โดดเด่นทั้งด้านมาตรฐานความสะอาดของห้องน้ำและรูปแบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ “ประเทศไทยจึงสามารถเป็น พื้นที่เรียนรู้จากของจริง (Living Learning Platform) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกได้เห็นแนวทางการดำเนินงานจริง เรียนรู้จากประสบการณ์ และนำแนวปฏิบัติที่ดีไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ”
การจัดงาน World Toilet Summit 2026 จึงไม่เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสุขาภิบาลระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยง ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ นักวิจัย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง พร้อมผลักดันแนวทางการจัดการสุขาภิบาลที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ และยั่งยืน ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดและขยายผลได้ทั้งในประเทศไทยและนานาประเทศ
ขอเชิญทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ World Toilet Summit 2026 ระหว่างวันที่ 17–19 พฤศจิกายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนสุขาภิบาลที่ปลอดภัยและยั่งยืนสู่อนาคต สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลการเข้าร่วมงานได้ที่ www.worldtoiletsummit.org








