วันนี้ (4 ส.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาใสาธารณภัย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคเหนือ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ภาคเหนือ ผู้อำนวยการสำนัก/กองส่วนกลาง ปภ. ร่วมประชุมฯ และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่มีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ต้นน้ำ เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน อีกทั้งในช่วงฤดูแล้งหลายพื้นที่ยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร การประชุมในวันนี้ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์แลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมกำหนดแนวทางในการป้องกัน ลดผลกระทบ และแก้ไขปัญหาทั้งอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูล แผนงาน และทรัพยากร เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ภัยได้อย่างมีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน และสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วทั่วถึง
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์ภัยในพื้นที่ภาคเหนือ แผนเผชิญเหตุ ผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทำงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือนภัย การบริหารอ่างเก็บน้ำและลำน้ำ การระบายน้ำ การจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และการให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และต่อเนื่องแก่ประชาชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
“วันนี้เรามาร่วมกันวางแผนบริหารจัดการ และวางระบบบัญชาการเหตุการณ์ รวมถึงพิจารณาความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการล่วงหน้าในเชิงป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย และพื้นที่ที่ต้องเร่งบริหารจัดการน้ำสำหรับกักเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง อาทิ การขับเคลื่อนโครงการขุดลอกลำน้ำน่าน ซึ่งมีเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ ซึ่งได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่พิจารณาความเร่งด่วนในการดำเนินการ พร้อมสั่งการให้คณะทำงานฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสนับสนุนการทำงานให้กับพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำจากภาคเหนือตอนบนสู่ภาคเหนือตอนล่างบริเวณแม่น้ำน่านและแม่น้ำยม โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนดำเนินการรับมือล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ตลอดจนประสานมหาวิทยาลัยในพื้นที่ภาคเหนือเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานให้กับที่ประชุมได้รับทราบต่อไป” นายยศชนัน รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ปภ. ได้เตรียมมาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งไว้ล่วงหน้าทุกด้าน โดยได้วางระบบการทำงานตั้งแต่ก่อนเกิดภัยจนถึงการฟื้นฟู โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย ตลอด 24 ชั่วโมง จัดตั้ง War Room บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานหลักด้านน้ำและเทคโนโลยี เพื่อคาดการณ์และแจ้งเตือนภัยผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้ประชาชนทราบ โดยเฉพาะการแจ้งเตือนไปยังมือถือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยผ่านระบบ Cell Boardcast ปรับปรุงฐานข้อมูลศูนย์พักพิงชั่วคราว และจัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้เพียงพอ นอกจากนี้ ปภ. ยังได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ที่ดูแลและรับผิดชอบในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 8 กำแพงเพชร เขต 9 พิษณุโลก เขต 10 ลำปาง และเขต 15 เชียงราย รวมถึงประสาน 17 จังหวัดภาคเหนือ ให้เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อสนับสนุนการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากภัยพิบัติตามนโยบายรัฐบาล








