วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติหน่วยงานดีเด่น "Traffy Fondue: City Transformers Awards" เพื่อยกย่องหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นในการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล Traffy Fondue มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนและแก้ไขปัญหาเมืองได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และโปร่งใส โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ตลอดจนคณะผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานบริหารจัดการเมือง เข้าร่วมรับมอบรางวัล
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า Traffy Fondue ได้เข้ามาเปลี่ยนกระบวนทัศน์การบริหารจัดการเมือง ข้ามข้อจำกัดในอดีตด้านการสื่อสารและการติดตามผล โดยทุกปัญหาที่ได้รับการแก้ไข ทั้งไฟส่องสว่าง ถนน หรือปัญหาขยะ ไม่ใช่แค่การซ่อมบำรุงทางกายภาพ แต่คือการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ทุกเรื่องแจ้งที่สำเร็จหมายถึงการลดต้นทุนเวลา ลดความสูญเสีย เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ
" Traffy Fondue ไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันรับแจ้งเหตุ แต่คือ 'นวัตกรรมเปลี่ยนเมือง' ที่เชื่อมโยงประชาชนและหน่วยงานรัฐเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง พิสูจน์ให้เห็นพลังการใช้เทคโนโลยีและ Big Data ช่วยยกระดับการทำงาน มีโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังรองรับการประมวลผลข้อมูลมหาศาลอย่างแม่นยำและมีการออกแบบหน้าต่างการใช้งานที่คำนึงถึงทุกคน ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างเท่าเทียม "
ศ. ดร.ยศชนัน กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า ในฐานะเจ้ากระทรวง อว. ที่กำกับดูแล สวทช. และมีทีมวิจัยพัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ให้เป็นที่รู้จักและใช้งานกันอย่างกว้างขวาง ขอแสดงความชื่นชมและยกย่องความมุ่งมั่นของ 22 จังหวัดใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนการใช้งาน Traffy Fondue ครบทุกส่วนราชการ หน่วยงานที่มียอดรับแจ้งเหตุตั้งแต่แสนเรื่อง ไปจนถึงล้านเรื่องของกรุงเทพมหานคร สะท้อนถึงความไว้วางใจจากประชาชนและความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเมือง และทุกหน่วยงานที่ได้รับรางวัลทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ 1.ความเป็นเลิศรอบด้าน 2.การบริการที่ตรงใจ 3.การแก้ไขปัญหาอย่างฉับไว และ 4.การใส่ใจพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงทีมนักวิจัย สวทช. ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของระบบ ตลอดจนหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมกันสร้างสรรค์เทคโนโลยีตอบโจทย์สังคม ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงบริการรัฐ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน “พวกท่านคือ 'City Transformers' หรือผู้ขับเคลื่อนและพลิกโฉมเมืองตัวจริง
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า Traffy Fondue สะท้อนภาพพันธกิจสำคัญ สวทช. อย่างชัดเจนในการเป็น “เครื่องยนต์วิจัยชาติ” นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมออกจากห้องปฏิบัติการ ส่งมอบวิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้ เพื่อบริการประชาชน ตอบโจทย์สังคม และแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ “Traffy Fondue พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องเป็น “เทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายและรับใช้ประชาชนได้จริง” สามารถเปลี่ยนปัญหาให้เป็นข้อมูล เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นนโยบาย และเปลี่ยนนโยบายสู่การลงมือแก้ไขปัญหาที่โปร่งใสตรวจสอบได้ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนในทุกมิติ” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว
ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทรงพลังที่สุด อาจไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ หากปราศจาก “หัวใจของผู้ใช้งาน” กล่าวคือ ความทุ่มเทเอาใจใส่ของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่มุ่งมั่นตั้งใจรับเรื่องและลงพื้นที่แก้ไขปัญหาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ในปัจจุบันแพลตฟอร์ม Traffy Fondue มีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมมากกว่า 24,000 แห่ง มีการแจ้งเรื่องสะสมแล้วกว่า 2 ล้านเรื่อง โดยสามารถแก้ไขปัญหาได้สำเร็จแล้วกว่า 77% ของเรื่องทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการใช้งานครบทุกส่วนราชการใน 37 จังหวัด ครอบคลุมประชากรมากกว่า 34 ล้านคน สะท้อนถึงการได้รับความไว้วางใจจากทั้งภาครัฐและภาคประชาชนในวงกว้าง
ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า Traffy Fondue ปัจจุบันแพลตฟอร์มได้ขยายการใช้งานครบทุกส่วนราชการกว่า 37 จังหวัด พร้อมสถิติการแก้ไขปัญหาของหน่วยงาน ที่พัฒนาขึ้นในทุกมิติ เช่น อัตราการแก้ไขเสร็จสิ้นเพิ่มจาก 69% เป็น 75%, ระยะเวลารับเรื่องเฉลี่ยลดจาก 12 วัน เหลือเพียง 1 วัน,ระยะเวลาแก้ไขเฉลี่ยลดจาก 3 เดือน เหลือ 0.5 เดือน,ความพึงพอใจของประชาชนเพิ่มจาก 3.9 เป็น 4.3 (เต็ม 5), ผู้ให้คะแนน 5 ดาวเพิ่มขึ้นจาก 49% เป็น 70% ทั้งนี้พบว่า ประชาชนยังคงแจ้งเรื่องนอกเวลาราชการสูงถึง 67.5% สะท้อนถึงความจำเป็นของช่องทางดิจิทัล 24 ชั่วโมง ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถปิดเรื่องนอกเวลาได้มากขึ้นโดยเฉพาะช่วงค่ำ–ดึก และด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง ฟีเจอร์ใหม่จำนวนมากที่ยกระดับการให้บริการ ครอบคลุมทั้ง 3 กลุ่มผู้ใช้งาน ได้แก่ ผู้แจ้ง เจ้าหน้าที่ และผู้บริหาร อาทิ แนบสื่อหลากหลายรูปแบบส่งภาพได้ 10 รูปต่อการแจ้ง 1 ครั้ง, แจ้งด้วยคลิปวิดีโอ, ส่งภาพเพิ่มเติมหลังแจ้งเรื่อง, การตรวจสอบและเซนเซอร์ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับ PDPA รวมถึงตรวจคำหยาบและภาพไม่เหมาะสม, AI ระบุประเภทเรื่องแจ้งและแนะนำหน่วยงานที่รับผิดชอบ, AI วิเคราะห์เรื่องแจ้ง ให้ข้อมูลปัญหา เป้าหมาย แนวทางแก้ไขทั้งระยะสั้นและยั่งยืน, ตัวชี้วัด พร้อมแนวทางป้องกันปัญหาซ้ำ, รวมเคสเดียวกันเป็นกลุ่ม เพื่อลดภาระเจ้าหน้าที่, การส่งต่อหลายหน่วยงานในครั้งเดียว พร้อมระบบแนะนำหน่วยงานที่เหมาะสม และภารกิจพิเศษเฉพาะกิจ เช่น แจ้งอาคารร้าวจากเหตุแผ่นดินไหว, ขึ้นทะเบียนสุนัข/แมว, แจ้งอุตสาหกรรมและขยายผลสู่กรม กอง กระทรวงต่างๆเพื่อรับแจ้งตามภารกิจอย่างต่อเนื่อง ภายในงานยังจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมจาก สวทช. และพันธมิตร ที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการบริการประชาชนในมิติต่าง ๆ รวมถึงเวทีเสวนาถอดรหัสความสำเร็จจากหน่วยงาน Top Performer อีกด้วย








