การประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2569 “สุขภาพเด็ก สุขภาพโลก สานพลังรับมือความเปลี่ยนแปลง”
“พัฒนา” ชูพลัง 3 กระทรวง สร้างเด็กไทยคุณภาพรับโลกอนาคตในศตวรรษที่ 21 สธ. ผนึก ศธ. มท. ขับเคลื่อน “สุขภาพเด็ก สุขภาพโลก สานพลังรับมือความเปลี่ยนแปลง”
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย จัดการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “สุขภาพเด็ก สุขภาพโลก สานพลังรับมือความเปลี่ยนแปลง” เพื่อยกระดับการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้มีสุขภาพดี มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและมีสมรรถนะพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยมีผู้บริหารจากภาคสาธารณสุข การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 600 คน
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร อัตราการเกิดที่ลดลง รวมถึงปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ
และสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อเด็กและเยาวชนโดยตรง การพัฒนาเด็กไทยในวันนี้จึงเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน
“เด็กและเยาวชน คือ ทุนมนุษย์ที่สำคัญที่สุดของประเทศ การสร้างเด็กไทยให้มีสุขภาพดี มีความรู้ มีทักษะชีวิต และสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ จะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในอนาคต กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการสร้างสุขภาพดีตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว
ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชนอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่เด็กปฐมวัยจนถึงวัยรุ่น โดยให้ความสำคัญกับการสร้าง ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) การส่งเสริมโภชนาการ การมีกิจกรรมทางกาย การดูแลสุขภาพจิต และการพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
“การสร้างเด็กคุณภาพไม่ใช่ภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน ครอบครัว และชุมชน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็กอย่างรอบด้าน” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว
ขณะที่ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยยังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพหลายมิติ ทั้งภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ปัญหาสุขภาพจิต การใช้สื่อดิจิทัลอย่างไม่เหมาะสม รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนส่งผลต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็ก
กรมอนามัยจึงมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม โดยใช้ “โรงเรียนเป็นฐาน” เชื่อมโยงการดำเนินงานร่วมกับภาคการศึกษาและท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน เพื่อขยายผลสู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
“การประชุมวิชาการครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรม แต่ยังเป็นเวทีแห่งความร่วมมือในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเด็กไทยให้มีสุขภาพดี มีความสุข และมีศักยภาพพร้อมเป็นพลเมืองคุณภาพของโลกในอนาคต” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิชาการและนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน การเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากหน่วยงานต้นแบบ รวมถึงพิธีเชิดชูเกียรติและมอบรางวัลแก่หน่วยงานและบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและขยายผลการดำเนินงานสู่ระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม








