วันนี้ (11 พ.ค. 69 เวลา 13.30 น.) ที่ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำโดย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มอบนโยบายและตรวจเยี่ยมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้อำนวยการสำนัก/กองส่วนกลาง ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และจังหวัด สาขา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ปภ. เข้าร่วมประชุมฯ และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คือ หัวใจของความปลอดภัยในบ้านเมือง ซึ่งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เปรียบได้กับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของความมั่นคง มุ่งเน้นการทำงานแบบภาครัฐเชิงรุก ในบทบาทของ “ผู้ป้องกัน” ดังนั้น ปภ. จำเป็นที่จะต้องยกระดับการทำงานที่เน้นการป้องกันและการเตรียมความพร้อมเป็นสำคัญ เพื่อลดผลกระทบก่อนที่จะเกิดภัย โดยการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน โดยเริ่มต้นจากหน่วยงานภายในกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะเป็นกรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อป้องกันสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย โดยฝึกอบรม ให้ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยแก่ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนให้มีองค์ความรู้ในการป้องกันตนเองจากสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทบทวนและปรับปรุงระเบียบ กฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับสภาพการดำเนินชีวิตของประชาชนในปัจจุบัน
“ความสำเร็จของ ปภ. ในยุคนี้ เราวัดกันที่ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยลงเพียงใด และเราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียได้อย่างไร ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมุ่งเป้าหมายเตรียมความพร้อมและป้องกันก่อนเกิดภัย โดยผสมผสานความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและไว้ใจในทำงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย” นายพลพีร์ มท.2 กล่าว
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยว่า สาธารณภัยในปัจจุบัน ควบคุม คาดเดายาก และเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ความสูญเสียและผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดขึ้น รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความสำคัญกับสาธารณภัย เพราะเมื่อเกิดภัย หมายถึงความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะหน่วยงานกลางในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ จำเป็นต้องทำงานแบบเชิงรุก ต้องรู้เร็ว แก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
“จากนี้ ปภ. ต้องเป็นด่านหน้าในการป้องกัน ระวังภัยพิบัติให้กับพี่น้องประชาชน หากสาธารณภัย เปรียบเป็น ข้าศึก ปภ. ต้องเป็นกองกำลังที่เข้มแข็ง ทำงานเชิงรุก ทันที เข้าถึงไว และตื่นตัวตลอดเวลา ระบบข้อมูลต้องพร้อม การลงพื้นที่ต้องรวดเร็ว ระบบสื่อสารต้องเชื่อมโยงกัน การตัดสินใจในระดับพื้นที่ต้องถูกต้องและรวดเร็ว และต้องลดขั้นตอนหรือกระบวนการที่ล่าช้าลง จัดเตรียมทรัพยากรและเครื่องจักรกลเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างรวดเร็ว และการตื่นตัว คือ ต้องฝึกซ้อมเพื่อเตรียมพร้อมเสมอ โดยเฉพาะการฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง เตรียมพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องมือ อุปกรณ์ ให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ปภ. จะต้องพัฒนาสู่การเป็นหน่วยงานที่ทันสมัย “ป้องกัน” อย่างมืออาชีพ และเป็นที่พึ่งให้กับพี่น้องประชาชนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย “ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที” นายเจเศรษฐ์ มท. 3 กล่าว
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) กล่าวว่า จากเหตุสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในห้วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการสาธารณภัยที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะวิธีการทำงานแบบเดิม อาจไม่เพียงพอรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้ ปภ. จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำงานให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น เน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานแรกที่ต้องเข้าถึงพี่น้องประชาชน ดังนั้น การฝึกอบรมและการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับด้านสาธารณภัยให้กับบุคลากรของท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์องค์กรด้านสาธารณภัยให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีการรับรู้และความเข้าใจการทำงานของ ปภ. อย่างถูกต้อง
“ผมเชื่อว่า บุคลากร ปภ. มีความพร้อมที่จะเรียนรู้และพร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้เท่าทันกับรูปแบบสาธารณภัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ที่สำคัญ ต้องยึดมั่นและมุ่งเน้นการสร้างความสุขให้กับประชาชนผ่านความปลอดภัยที่จับต้องได้ เพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำรับทุกคนอย่างแท้จริง” นายวรศิษฎ์ มท.4 กล่าว
นอกจากการพบปะและมอบนโยบายให้กับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ ปภ. แล้ว คณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้ร่วมชมการแนะนำและสาธิตการปฏิบัติงานของชุดค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ (National Urban Search and Rescue Team: USAR) บริเวณด้านล่างระหว่างอาคาร 1 และอาคาร 3 และร่วมชมนิทรรศการที่จัดแสดง ณ บริเวณหน้าห้องประชุม 1 ปภ. ประกอบด้วย การเสริมสร้างเครือข่ายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบบการแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast) การยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านระบบออนไลน์ และการขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล








