8 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ตัวแทนจากสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดเลยและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำโดยนายจีระศักดิ์ น้อยก่ำ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือเพื่อขอเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล พ.ศ. 2527 ผ่านกลไกการเข้าชื่อเสนอตัวบทกฎหมายโดยภาคประชาชน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชาวไร่อ้อยต้องเผชิญกับปัญหาราคาน้ำมันแพงและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรทั่วประเทศที่มีจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน โดยมีผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร และนายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของรัฐสภาต่อไป
นายจีระศักดิ์ น้อยก่ำ ตัวแทนชาวไร่อ้อยได้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขกฎหมายที่ใช้มานานกว่า 42 ปี โดยระบุว่าโครงสร้างเดิมไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันและทำให้เกษตรกรเสียเปรียบมาโดยตลอด
“เราเห็นสภาพเศรษฐกิจที่ชาวไร่อ้อยตกต่ำเป็นอย่างมาก หากไม่ทำเช่นนี้พวกเราอยู่ไม่รอด ทั้งภาวะน้ำมันแพงและค่าครองชีพ โดยประเด็นสำคัญที่ต้องการแก้ไขมี 5-6 ประเด็น แต่ขอยกตัวอย่าง 3 ประเด็นหลัก คือเรื่องใบอ้อยที่เป็นผลผลิตจากลำต้นซึ่งไม่เคยอยู่ในกฎหมายปี 2527 จนกลายเป็นปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบัน เพราะชาวไร่จำเป็นต้องเผาเนื่องจากไม่สามารถไถกลบหรือใส่ปุ๋ยได้ เราจึงเสนอให้บรรจุเป็นผลพลอยได้ในมาตรา 4 เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งจะสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร” นายจีรศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้ปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการตามมาตรา 9 ซึ่งเดิมประกอบด้วยสัดส่วนชาวไร่ 9 ท่าน ส่วนราชการ 5 ท่าน และโรงงาน 7 ท่าน ซึ่งที่ผ่านมาสัดส่วนดังกล่าวทำให้การลงมติในเรื่องสำคัญเกษตรกรมักเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เสมอ จึงเสนอให้มีการเพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 ท่านเข้ามาเพื่อสร้างความสมดุลในคณะกรรมการ รวมถึงการแก้ไขมาตรา 49 เรื่องการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นที่ต้องมีความเป็นธรรมมากขึ้น
“ที่ผ่านมาการโหวตกำหนดราคาขั้นต่ำชาวไร่ไม่เคยชนะ อย่างปีที่ผ่านมามีการตั้งไว้ที่ 800 กว่าบาท ทั้งที่ราคาจริงอยู่ที่ 1,200 บาท เราจึงมีมติว่าต้องแก้ไขการกำหนดราคาขั้นต่ำ โดยมีหลักการสำคัญว่าห้ามกำหนดราคาต่ำกว่าราคาสูงสุดของปีที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่นหากปีนี้ราคาอยู่ที่ 1,200 บาท ในปีถัดไปราคาขั้นต่ำต้องห้ามต่ำกว่า 1,200 บาท เพื่อสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรทั่วประเทศ” นายจีระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม
ด้านนายสุรทิน พิจารณ์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ในฐานะตัวแทนจากภาคการเมืองระบุว่า พรรคประชาธิปไตยใหม่พร้อมที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่เนื่องจากเห็นว่าผลกระทบนี้ครอบคลุมชีวิตเกษตรกรนับล้านคนทั่วประเทศ โดยจะดำเนินการยื่นญัตติเพื่อตั้งกรรมาธิการศึกษารายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนตามที่กลุ่มตัวแทนได้เสนอมา
ขณะที่ตัวแทนจากสำนักการประชุม สังกัดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าหลังจากรับเรื่องแล้ว กลุ่มงานเข้าชื่อเสนอกฎหมายจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องตามขั้นตอนที่รัฐสภากำหนด พร้อมวิเคราะห์ให้เป็นไปตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ หมวด 3 และหมวด 5 ก่อนจะแจ้งผลให้ผู้เสนอทราบเพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป







