วันที่ 30 มี.ค.69 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า...
ความตื่นตระหนกจะขอฉีดวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น
ขณะนี้มีการไปขอฉีดวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นกันมาก จนวัคซีนขาดตลาด ไม่มีฉีดเราผลิตเองไม่ได้
ความจำเป็นในการฉีดวัคซีนดังกล่าวในคนไทยทั่วไป “ไม่มี”
อุบัติการของโรคนี้ในประเทศไทยต่ำมาก คือน้อยกว่า 0.01 ถึง 0.02 คนต่อแสนต่อปี หรือพบโรคนี้ก็ประมาณ 1 ใน ล้าน ถึง 1 ใน 5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กต่ำกว่า 15 ปี ดังนั้นความจำเป็นจึงไม่มี
วัคซีนนี้ป้องกันโรคได้ประมาณ 70-80 เปอร์เซนต์ และจำเพาะสายพันธุ์เท่านั้น แต่เชื้อนี้มีทั้งหมด 12 สายพันธุ์ ประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ บี
ประเทศทางตะวันตก และตะวันออกกลาง จะแนะนำให้ฉีดวัคซีน 4 สายพันธุ์ คือสายพันธุ์ เอ ซี วาย และ ดับเบิลยู ซึ่งจะพบมากกว่าสายพันธุ์ บี
วัคซีนที่ใช้อยู่มี 2 กลุ่ม คือสายพันธุ์ บี ที่เป็นวัคซีนเดี่ยว และวัคซีนรวม 4 สายพันธุ์ คือ เอ ซี วาย และ ดับเบิลยู ดังนั้น
ความจำเป็นในการฉีดวัคซีนสำหรับประเทศไทย จะเป็นวัคซีนสายพันธุ์ บี วัคซีนนี้กระตุ้นภูมิต้านทานไม่ดี ถ้าเด็กเล็กน้อยกว่า 1 ปี ต้องฉีด 3 เข็ม มากกว่า 2 ปีขึ้นไป ฉีด 2 เข็ม ดังนั้นความจำเป็นของคนไทย ถ้าว่าที่จริงแล้วจะอยู่ในเด็กเล็ก และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่ตัดม้าม ผู้ที่มีความบกพร่องทางภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะขาดคอมพลีเม้น แต่ในเด็กเล็ก อย่างที่กล่าวมาแล้ว ต้องให้หลายเข็ม และโอกาศเด็กที่จะเป็นน้อยมาก ๆ จึงยังไม่ได้ถูกกำหนด วัคซีนนี้อยู่ในภาคบังคับ
สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ เช่นไปเที่ยว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง เพราะโอกาศที่จะติดโรคนี้น้อยมาก เที่ยวให้สนุกไม่ต้องกังวน
แต่ผู้ที่จะไปเรียน work and travel โดยเฉพาะต้องอยู่ในโรงเรียนทางตะวันตก หรือหอพักนักเรียน รวมทั้งไปแสวงบุญ มีความจำเป็นที่จะต้องฉีด ทางตะวันตกจะแนะนำให้ฉีดวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ คือ เอ วี วาย และ ดับเบิลยู
ผู้ใดคิดว่ามีเงินเหลือเฟือ จะฉีดป้องกันให้หมดทั้ง 5 สายพันธุ์ก็ได้ แต่จะต้องฉีดวัคซีนสายพันธุ์ บี อยากน้อย 2 เข็มในเด็กที่อายุเกิน 2 ปีขึ้นไป ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน และฉีดวัคซีน 4 สายพันธุ์อีก 1 เข็ม ก็จะป้องกันได้ 5 สายพันธุ์ จากสายพันธุ์ที่มีทั้งหมด 12 สายพันธุ์







