วันที่ 24 มี.ค.69 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Yong Poovorawan" ระบุว่า...
โรคไข้กาฬหลังแอ่น Meningococcal disease พบบ่อยแค่ไหนในประเทศไทย
มีผู้ถามกันมามาก ว่าโรคไข้กาฬหลังแอ่น พบบ่อยแค่ไหนในประเทศไทย
อย่างที่เคยบอกโรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ ผมเคยเห็นตั้งแต่เป็นนักเรียนแพทย์ และเป็นแพทย์ประจำบ้านยังถ่ายรูปไว้เลย ค้นรูปไม่เจอ แต่จำได้ว่าเคยลงพิมพ์ในวารสารคลินิก วารสารนี้เลิกพิมพ์ไปแล้ว สมัยก่อนผู้สัมผัสโรคจะต้องกินยาป้องกัน ยาที่ใช้ในสมัยนั้นคือยารักษาวัณโรค rifampicin กินแล้วฉี่ เป็นสีส้มกันเป็นแถว ยานี้ต้องให้ถึง 2 วัน ปัจจุบันใช้ยาที่สะดวกกว่าให้รับประทานครั้งเดียวคือ ciprofloxacin ถ้าเป็นสตรีตั้งครรภ์จะใช้ Ceftriaxone ฉีดเข้ากล้ามครั้งเดียว
สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน โรคไข้กาฬหลังแอ่น พบเป็นรายๆ (sporadic) น้อยมากที่พบเป็นการระบาด แต่ก็เคยมีการระบาดในเรือนจำในประเทศไทย
serotype ที่พบในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็น type B ส่วนใหญ่จะพบในเด็กและวัยรุ่น (60%) มีอุบัติการณ์โดยเฉลี่ยต่ำกว่าอุบัติการณ์ของทั่วโลกประมาณ 20-50 เท่า ประเทศไทยมีอุบัติการณ์ ประมาณ 0.02–0.1 /100,000 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปี จัดเป็นประเทศที่มี low endemicity (Vyse A et al Meningococcal disease in Asia: an under-recognized public health burden. Epidemiol Infect. 2011 Jul;139(7):967-85.) หรือพบผู้ป่วยปีละประมาณ 10 ถึง 30 ราย หรือน้อยกว่า พบมากในเด็กเล็กและวัยรุ่น พบได้น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเยื่อหุ้มสมองอักเสบชนิดอื่นที่พบในประเทศไทย มีอัตราตายสูงเฉลี่ย 10-30%
ผู้ป่วยในประเทศไทยพบได้น้อยมาก จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ยังไม่มีการนำวัคซีน มาใช้ในแผนการป้องกันโรคด้วยวัคซีนแห่งชาติ
โรคนี้พบได้ในทางตะวันตกยุโรปและอเมริกา หรือแม้แต่ผู้ที่จะเดินทางไปแสวงบุญ จึงมีการแนะนำให้ ผู้ที่จะไปเรียน ศึกษาต่อ หรือ work and travel ในช่วงปิดเทอม และผู้ที่จะไปแสวงบุญ ควรได้รับการป้องกันด้วยวัคซีน
#หมอยง #ไข้กาฬหลังแอ่น #Meningococcal #โรคติดเชื้อ #สาธารณสุข #วัคซีน #สุขภาพ #ข่าวสุขภาพ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline







