ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าในอดีต! "รมว.คมนาคม" ย้ำไทยวันนี้พร้อมกว่าที่เคย แผน Disneyland Thailand ถูกยกระดับสู่เวทีการทูตเศรษฐกิจ ชูจุดเด่นการเดินทางจากสนามบินถึงสวนสนุกใน 45 นาที เตรียมปั้นแม่เหล็กใหม่ดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติ เผยโครงการอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้และเจรจาลิขสิทธิ์อย่างรอบคอบ
วันที่ 4 ม.ค.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าแนวคิด “Disneyland Thailand” กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งที่จะผลักดันเมกะโปรเจกต์สวนสนุกระดับโลกในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดชลบุรี ในรูปแบบโครงการ Mixed-Use ขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้มีเพียงสวนสนุก แต่รวมศูนย์กีฬา ความบันเทิง และพาณิชยกรรมไว้ในพื้นที่เดียวกันยอมรับว่า แนวคิดดึง Disneyland มายังประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่แตกต่างจากอดีตคือ ความพร้อมของประเทศในวันนี้ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ขนาดใหญ่ และศักยภาพของภาคเอกชนในการร่วมลงทุน
"แผนเบื้องต้นระบุการใช้พื้นที่ราว 5,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ Disneyland ประมาณ 3,000 ไร่ มูลค่าลงทุนเกือบ 200,000 ล้านบาท และพื้นที่ศูนย์กีฬาและเอ็นเตอร์เทนเมนต์อีก 2,000 ไร่ มูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการราว 300,000 ล้านบาท รูปแบบการลงทุนจะเป็น PPP (Public-Private Partnership) โดยภาครัฐทำหน้าที่จัดหาที่ดิน ประสานการเจรจา Licensing กับ Disney และสนับสนุนด้านการอำนวยความสะดวก ขณะที่ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการ เพื่อลดภาระงบประมาณรัฐและเปิดทางให้มืออาชีพเข้ามาบริหารโครงการ"รมว.คมนาคม กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ปัจจัยชี้ขาดสำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งจะทำให้การเดินทางจากสนามบินถึงพื้นที่โครงการใช้เวลาประมาณ 45 นาที
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนเหตุผลสำคัญที่ไทย ต้องมี Disneyland นั้นเพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอยู่ในภาวะอิ่มตัว ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32–38 ล้านคนต่อปีแทบไม่ขยับ ขณะที่แนวโน้มการท่องเที่ยวโลกเปลี่ยนไปสู่การท่องเที่ยวแบบครอบครัวที่มีค่าใช้จ่ายสูง หากไทยต้องการยกระดับนักท่องเที่ยวสู่ 50–60 ล้านคนต่อปี จำเป็นต้องมีแลนด์มาร์กด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก มีการประเมินว่า หากโครงการเกิดขึ้นจริง จะช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวได้เกือบ 20 ล้านคนต่อปี เกิดการจ้างงานกว่า 100,000 ตำแหน่ง และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจราว 150,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมกระจายรายได้สู่พื้นที่รอบข้าง ทั้งทะเลภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ
"อย่างไรก็ตาม โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ และการเจรจา Licensing กับ Disney โดยการผลักดันให้เกิดขึ้นจริงจำเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่องเชิงนโยบาย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในเสถียรภาพการพัฒนาในระยะยาว"นายพิพัฒน์ กล่าว








