29 มกราคม 2569 กรุงเทพฯ ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง จากกรณีนายนภาพล จีระกุล สมาชิกกรุงเทพมหานคร (สก.) เขตบางกอกน้อย ได้ตั้งกระทู้ถามสดถึงความคืบหน้าโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนและศูนย์สำรวจเฝ้าระวังชายฝั่ง โดยตั้งข้อสังเกตว่าการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อาจทำเพื่อขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีเท่านั้น และการก่อสร้างยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ซึ่งอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456
รายงานข่าวแจ้งว่า นายสุธี ช้างเจริญ นายกสมาคมพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน ได้ทำหนังสือถึงประธานสภากรุงเทพมหานครเพื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นและชะลอคลื่นในพื้นที่ทะเลสาธารณะ เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบต่อวิถีชีวิตประชาชนโดยตรง โดยสมาคมฯ ระบุว่ารายงาน EIA ของโครงการที่ดำเนินการโดยสำนักการระบายน้ำได้หมดอายุไปแล้วตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2567 และที่ผ่านมายังไม่มีการเริ่มกิจกรรมทางกายภาพในพื้นที่จริง มีเพียงการขออนุมัติงบประมาณและขอผ่อนผันใช้พื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งไม่ถือเป็นการเริ่มดำเนินโครงการตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้ข้อมูลสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจุบัน
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังพบประเด็นความไม่โปร่งใสเนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจากกรมเจ้าท่าตามมาตรา 117 แห่ง พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย แต่กลับมีรายงานจากชาวบ้านว่าเริ่มมีการปักเสาเข็มและขนย้ายวัสดุก่อสร้างทั้งกลางวันและกลางคืน อีกทั้งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนยังถูกตั้งคำถามว่าไม่ได้เป็นการให้ความยินยอมจริง โดยชาวบ้านยืนยันว่าการเซ็นเอกสารในอดีตเป็นเพียงการยืนยันเข้าร่วมประชุมเท่านั้น ไม่ใช่การยินยอมให้ก่อสร้างหน้าที่ดินของตนเอง
ในส่วนของงบประมาณโครงการจำนวน 1,620 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณของกรุงเทพมหานคร 100% นั้น ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการอนุมัติโดยที่ยังไม่มีหนังสืออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและไม่มีความยินยอมจากชาวบ้าน ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2563
ทางสมาคมฯ ยังให้ความเห็นทางวิชาการว่าโครงการนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงเนื่องจากผลการศึกษานั้นล้าสมัย ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะการวางแนวหินห่างจากฝั่งถึง 200 - 400 เมตร ซึ่งอาจทำให้คลื่นก่อตัวหลังแนวคันหินและกระทบที่ดินชาวบ้าน
จึงขอเสนอให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการสร้างเขื่อนในทะเลเป็นการสร้างเขื่อนกันน้ำเซาะในที่ดินของประชาชนที่ติดชายทะเลแทน เช่นเดียวกับรูปแบบที่ใช้ในพื้นที่บางปู จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมมากกว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้มีการถวายฎีกาและยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว








