14 ม.ค.69 กรุงเทพฯ - นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยรายงานสถานการณ์จากศูนย์บัญชาการฝุ่น กทม. พบว่าในวันนี้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีค่าสูงสุดที่พบในปีนี้ โดยพบพื้นที่สีแดงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ได้แก่ เขตบางรัก เขตปทุมวัน เขตสาทร และเขตจตุจักร ซึ่งมีค่าฝุ่นละอองเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขตอื่นๆ ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ตกอยู่ในเกณฑ์สีส้มทั้งหมด ซึ่งรูปแบบของฝุ่นในปีนี้มีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากในอดีตฝุ่นมักจะหนาแน่นในพื้นที่เขตชั้นนอกอย่างเขตมีนบุรีหรือหนองจอกจากการเผาในที่โล่ง แต่ในปัจจุบันพื้นที่สีแดงกลับกระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองชั้นใน จึงคาดการณ์ว่าสาเหตุหลักมาจากไอเสียรถยนต์ การจราจรที่ติดขัด และการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่เริ่มกลับมาดำเนินการเต็มรูปแบบ
สำหรับปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่ส่งผลกระทบอย่างมากคือ อัตราการระบายอากาศที่ต่ำต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 13 ที่ผ่านมา โดยเมื่อคืนที่ผ่านมามีค่าเฉลี่ยการระบายอากาศเพียงประมาณ 200 ตารางเมตรต่อวินาที ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับเกณฑ์ปกติที่ควรมากกว่า 2,000 ตารางเมตรต่อวินาที ส่งผลให้ฝุ่นเกิดการสะสมตัวอย่างรวดเร็วเปรียบเสมือนการอยู่ในห้องที่ปิดประตูหน้าต่างสนิท
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมจากการเผาหญ้าและขยะที่เกิดขึ้นทุกคืน รวมถึงเหตุไฟไหม้โรงงานในพื้นที่แสมดำ เขตบางขุนเทียน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาซึ่งอาจส่งผลให้ค่าฝุ่นในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบภาพรวมสถานการณ์กับปีที่แล้วถือว่าปีนี้ดีขึ้นกว่ามาก โดยในเดือนมกราคมปีที่แล้วมีวันที่ค่าฝุ่นเฉลี่ยเกินเกณฑ์สีส้มถึงกว่า 20 วัน แต่ในปีนี้เพิ่งพบเพียง 3 วันเท่านั้น
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเริ่มบรรเทาลงในช่วงสายของวันนี้เนื่องจากอัตราการระบายอากาศจะดีขึ้นตามลำดับ และในวันพรุ่งนี้จะมีลมใต้พัดเข้ามาช่วยระบายฝุ่นเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลให้ช่วงวันที่ 15-18 นี้ สถานการณ์ไม่รุนแรงเท่าช่วงที่ผ่านมา
นายชัชชาติได้เน้นย้ำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ดูแลสุขภาพ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกเคหสถาน และลดกิจกรรมในที่แจ้ง หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและเปลี่ยนมาใช้รถสาธารณะ หรือทำงานที่บ้าน (Work From Home) เพื่อลดการสะสมของฝุ่น พร้อมทั้งแนะนำให้ตรวจสอบคุณภาพอากาศผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK หรือติดตามการแจ้งเตือนผ่าน Line Alert และระบบ Cell Broadcast ที่จะส่งข้อความเตือนเมื่อเข้าสู่พื้นที่สีแดง เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที








