วันที่ 12 ม.ค.69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เพจ “หมอเจด” ระบุข้อความว่า...
หลายคนตั้งเป้าเดินวันละ 8,000 ก้าว แต่ทำไม่ได้สักที เพราะคิดว่าต้องเดินรวดเดียว เหนื่อย เจ็บเข่า และไม่มีเวลา ทั้งที่ความจริง ร่างกายไม่ได้ต้องการการเดินยาว ๆ แต่ต้องการ ‘การขยับที่ถูกจังหวะ’ ถ้าแบ่งเดินให้เป็น ระบบเผาผลาญจะทำงานดีขึ้น ไขมันถูกดึงไปใช้ น้ำตาลนิ่ง และไม่ล้าเลยครับ วันนี้ผมจะบอกวิธีแบ่งเดิน 8,000 ก้าว ที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวันครับ
1. เช้า 2,000 ก้าว – ปลุกระบบเผาผลาญตั้งแต่ต้นวัน
แค่เดินเบา ๆ หลังตื่นนอนหรือหลังอาหารเช้า 10–15 นาที จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและอินซูลิน ทำให้น้ำตาลไม่พุ่งตั้งแต่เช้า ร่างกายเข้าสู่โหมดเผาไขมันได้เร็วขึ้น ที่สำคัญคือไม่ต้องเดินเร็ว แค่เดินสม่ำเสมอ ข้อเข่าไม่รับแรงกระแทกมาก เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายครับ
2.ระหว่างวัน 3,000 ก้าว – เดินแทรก ลดพุงแบบไม่รู้ตัว
แทนที่จะนั่งยาว ๆ ลองแบ่งเดินครั้งละ 5–10 นาที เช่น เดินหลังมื้อกลางวัน เดินไปเติมน้ำ เดินคุยโทรศัพท์ หรือจอดรถไกลขึ้น การเดินสั้น ๆ หลายรอบช่วยลดน้ำตาลหลังอาหาร ลดไขมันสะสมที่พุง และลดการอักเสบของเส้นเลือดได้ดีกว่าการนั่งยาวแล้วไปเดินรวดเดียวตอนเย็นครับ
3.เย็น 2,000 ก้าว – ปิดเกมน้ำตาล ไม่ให้พุ่งตอนกลางคืน
การเดินหลังอาหารเย็นเบา ๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้แทนการเก็บเป็นไขมัน ลดโอกาสน้ำตาลพุ่งกลางคืน ซึ่งเป็นต้นเหตุของอ่อนเพลีย หลับไม่ลึก และพุงไม่ยุบ เดินช้า ๆ คุยได้ หายใจไม่หอบ คือระดับที่ดีที่สุดครับ
4.ก่อนนอน 1,000 ก้าว – คลายข้อ ลดตึง ไม่กระตุ้นร่างกายเกินไป
หลายคนพลาดตรงเดินหนักตอนดึก ทำให้นอนไม่หลับ จริง ๆ แค่เดินช้า ๆ ในบ้าน ยืดแข้งขา หรือเดินรับลมเบา ๆ จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ข้อไม่แข็ง ลดปวดเมื่อย และทำให้หลับลึกขึ้นโดยไม่ไปกระตุ้นฮอร์โมนเครียดครับ
สรุปให้เข้าใจง่ายนะครับ 8,000 ก้าว ไม่จำเป็นต้องเดินรวดเดียว แต่ต้อง “กระจายให้ถูกเวลา” เช้าเพื่อปลุกระบบ กลางวันเพื่อลดพุง เย็นเพื่อล็อกน้ำตาล และก่อนนอนเพื่อฟื้นตัว แค่นี้ก็ได้ผลทั้งเผาไขมัน ลดอักเสบ และไม่ทำร้ายเข่า ทำได้ทุกวันแบบไม่ฝืน ร่างกายจะเปลี่ยนจริงครับ








