การเมืองทั่วไป

“จุลพันธ์” บุกจันทบุรี! กางแผนปั้น "เมืองรอง" สู่ศูนย์กลางศรษฐกิจ แก้ปมที่ดิน-ประมง หวังคนพื้นที่ไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน

แชร์ข่าว

“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” นำทีมพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่จันทบุรี รับฟังเสียงสะท้อนจากคนทำจริง ทั้งผู้ประกอบการพลอย-ชาวประมง พร้อมเปิดโรดแมปยกระดับเศรษฐกิจจังหวัดรอง กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น แก้ปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดินยืดเยื้อ และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล เพื่อให้ลูกหลานชาวจันท์มีงานทำที่มั่นคง ไม่ต้องจากบ้านไปทำงานไกลอีกต่อไป

วันที่ 12 ม.ค.2569 พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยน.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ,นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, และผู้สมัครสส. จังหวัดจันทบุรี ได้แก่ เขต 1 นายเฉลิมพล ศักดิ์คำ เบอร์ 3, เขต 2 นายจารึก ศรีอ่อน เบอร์ 2 และเขต 3 นายเกรียงเดช เข็มทอง เบอร์ 7 และนายสักเดช สว่างไสว ผู้สมัคร สส.ตราด เขต 1 เบอร์ 5 ลงพื้นที่หาเสียงและรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี โดยได้เดินพบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าที่ ตลาดน้ำพุ อำเภอเมือง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

จากนั้น เวลา 09.00 น. คณะได้เดินทางไปยัง ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เพื่อรับฟังการบรรยายและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการอัญมณี ซึ่งสะท้อนปัญหาสำคัญ ได้แก่ การขาดแคลนวัตถุดิบพลอยก้อน เนื่องจากในพื้นที่แทบไม่เหลือแหล่งผลิตแล้ว จึงต้องการให้ภาครัฐอำนวยความสะดวกด้านการนำเข้า ปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าให้เหมาะสมและเป็นธรรม สนับสนุนเครื่องมือและเครื่องตรวจสอบอัญมณี รวมถึงการผลักดันตลาดส่งออกใหม่ ๆ และการสนับสนุนการออกบูธแสดงสินค้าในต่างประเทศ

นายจุลพันธ์ ได้กล่าวถึงปัญหาด้านประมง ในประเด็นพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านและประมงชายฝั่งสะท้อนผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติการประมงตั้งแต่ยุค คสช. โดยเฉพาะขั้นตอนการลงทะเบียนเรือเข้า–ออกที่ยุ่งยาก จึงเรียกร้องให้ภาครัฐปรับปรุงกระบวนการให้คล่องตัว ควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนโครงการฟื้นฟูทะเลชายฝั่งและสัตว์น้ำวัยอ่อน เนื่องจากปัจจุบันทรัพยากรเสื่อมโทรม สัตว์น้ำลดลง โดยการวาง “ซั้งกอ” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องทุกปี พร้อมทั้งเสนอแนวคิดนำเรือประมงขนาดใหญ่ที่เลิกใช้งานแล้วไปจมเป็นปะการังเทียม เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำและป้องกันเรือลากอวนขนาดใหญ่รุกล้ำเขตน้ำตื้น

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นปัญหาที่ดิน พี่น้องประชาชนสะท้อนความเดือดร้อนจากการไม่มีเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ป่าชายเลน และพื้นที่ป่าในอำเภอแก่งหางแมว ซึ่งกว่า 90% ของประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทั้งที่อยู่อาศัยและทำกินมาเป็นเวลานาน จึงขอให้ภาครัฐเร่งพิสูจน์สิทธิ์ที่ดิน รวมถึงปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งในหลายพื้นที่ โดยเสนอให้มีการทำแนวกำแพงไม้ไผ่เพื่อลดการกัดเซาะ รวมถึงปัญหาช้างป่า ที่เข้ามาทำลายพืชสวนและก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของประชาชน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และจัดสรรงบประมาณก่อสร้างคูกั้นช้างเพื่อป้องกันไม่ให้ช้างป่าเข้ามาในพื้นที่ชุมชน ส่วนการท่องเที่ยว นั้น ได้หารือผู้ประกอบการธุรกิจ พบว่าผู้ประกอบการได้รับผลกระทบสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงกว่า 90% จึงขอให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ในจังหวัดจันทบุรีปลอดภัย ไม่มีการสู้รบ พร้อมผลักดันการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ในจังหวัด เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

นายจุลพันธ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับฟังทุกปัญหาและข้อเสนอแนะ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและได้เป็นรัฐบาล จะนำไปวางแผนแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง คิดเป็นกว่า 30% ของจีดีพีประเทศ แต่การพัฒนายังกระจุกตัวอยู่ในชลบุรีและระยอง ทำให้คนจันทบุรีจำนวนมากต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ พรรคเพื่อไทยมองเห็นช่องว่างนี้ และต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพในจังหวัดของตัวเอง ทั้งภาคท่องเที่ยว เกษตร และการสร้างผู้ประกอบการใหม่ พรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้ายกระดับสังคมและเศรษฐกิจ ด้วยการกระจายการลงทุนไปยังจังหวัดรอง เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ใหม่ให้คนในพื้นที่ นำไปสู่สังคมที่เข้มแข็ง ลูกหลานได้อยู่กับครอบครัว ไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปทำงานนอกบ้านเกิด

ข่าวแนะนำ