วันที่ 2 มกราคม 2569 ที่สวนลุมพินี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยระบุว่าหลังจากมีสภาพอากาศปิดในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาจนค่าฝุ่นสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ล่าสุดในวันนี้เริ่มมีทิศทางดีขึ้นเมื่อพิจารณาตามรายงานค่าฝุ่นแบบรายชั่วโมง อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนมกราคม 2569 คาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงที่ค่าฝุ่นมีความรุนแรงที่สุด จึงขอความร่วมมือให้ผู้ใช้รถยนต์ให้ความสำคัญกับการตรวจสภาพเครื่องยนต์และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รวมถึงกรุงเทพมหานครได้ประสานงานไปยังหลายจังหวัดเพื่อขอความร่วมมือลดการเผา ซึ่งหากผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้สถานการณ์ในช่วงเดือนมกราคมก็จะดีขึ้น
นายชัชขาติกล่าวว่า ที่ผ่านมาทางกรุงเทพมหานครได้ปรับเพิ่มมาตรฐานการตรวจจับควันดำให้เข้มข้นขึ้นถึง 3 เท่า จนทำให้สามารถตรวจจับรถที่มีปัญหาได้มากขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถตรวจจับได้มากกว่า 500,000 คัน นอกจากนี้ยังได้หารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมในเรื่องการลดเผาอ้อยซึ่งพบว่ามีปริมาณลดลงกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สภาพอากาศในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาดีกว่าปีที่แล้ว โดยมีวันที่ค่าฝุ่นสูงเพียง 3-4 วันเท่านั้น ขณะที่มาตรการ Work From Home 1 วัน สามารถช่วยลดปริมาณการจราจรลงได้ถึง 8% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นรถโดยสารประจำทางปล่อยควันดำ ขอให้ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งข้อมูลผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อให้กรุงเทพมหานครส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบที่อู่รถโดยสารทันที
นอกเหนือจากประเด็นฝุ่นละออง นายชัชชาติยังได้กล่าวถึงความชัดเจนในการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในครั้งหน้า โดยยืนยันว่า หากลงสมัครจะยังคงลงในนามอิสระหรือส่วนตัว เนื่องจากมองว่าช่วง 4 ปีหลังจากนี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปเร็ว จึงต้องมีการระดมสมองเพื่อเตรียมชุดนโยบายที่สามารถตอบโจทย์คนกรุงเทพฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหัวใจสำคัญคือการ เพิ่มประสิทธิภาพของเมือง ทั้งในด้านความโปร่งใส การแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น และการนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาจราจรติดขัด ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการแก้ไขกฎหมายและการให้บริการประชาชนที่ดีขึ้น
สำหรับทีมงานนั้นหากไม่มีปัญหาใดก็จะยังคงใช้ทีมงานเดิมต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องรอดูสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2569 ก่อนตัดสินใจอีกครั้ง ส่วนกรณีที่มีภาพร่วมวิ่งออกกำลังกายกับ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นเพียงความบังเอิญที่พบกันระหว่างที่ตนวิ่งตรวจงานตามปกติ และได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสวนสาธารณะ ซึ่งตนมองว่าสวนสาธารณะมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าโรงพยาบาล เพราะถือเป็นการป้องกันปัญหาสุขภาพในเบื้องต้น และอยากให้ทุกพรรคการเมืองช่วยกันผลักดันนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรงและลดภาระค่ารักษาพยาบาลในอนาคต







