ดร.นงค์ลักษณ์ โชติวิทยธานินทร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง "ทำไม Gen Z ต้องเรียนรู้ภาวะผู้นำ?" ความว่า หลายสิบปีที่ผ่านมา โลกของการทำงานเชื่อว่าผู้นำต้องเติบโตจากประสบการณ์ ผู้บริหารระดับสูงต้องเป็นคนที่ผ่านการทำงานมายาวนาน สั่งสมองค์ความรู้และบทเรียนจากความสำเร็จและความล้มเหลวจนได้รับความไว้วางใจให้บริหารองค์กร ขณะที่โลกการทำงานในปัจจุบันภายใต้กติกาใหม่ที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การปฏิวัติดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการแข่งขันที่รุนแรงอยู่ตลอดเวลา ทำให้องค์กรให้ความสำคัญกับความสามารถในการเรียนรู้ การปรับตัว และการสร้างนวัตกรรมมากกว่าจำนวนปีของประสบการณ์
ข้อมูลของ McKinsey & Company ระบุว่า เกือบ1 ใน 3 ของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัทในดัชนี S&P 500 ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2018 ขณะที่ผลสำรวจของ EY พบว่า ร้อยละ 45 ของ คนรุ่น Gen Z ตั้งใจจะสร้างธุรกิจของตนเอง สัญญาณเหล่านี้บอกว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้รอรับโอกาส แต่กำลังสร้างโอกาสและพร้อม ก้าวขึ้นเป็นผู้นำเร็วกว่าที่เคย
Gen Z เติบโตท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาสุขภาพจิต และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัล ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้คน Gen Z ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรม ความหลากหลาย และความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่าคนหลายรุ่นก่อน ผลสำรวจของ Deloitte พบว่า คนรุ่น Gen Z เลือกองค์กรจากวัฒนธรรมการทำงานและคุณค่าขององค์กรมากพอ ๆ กับเงินเดือน หลายคนปฏิเสธงานหรือแม้แต่ตำแหน่ง ถ้าสิ่งที่องค์กรเป็นขัดกับหลักจริยธรรมและเป้าหมายชีวิตตนเอง
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า ความสำเร็จในมุมมองของ Gen Z ครอบคลุมหลายมิติ ทั้งตำแหน่ง รายได้ ความหมายของงาน ผลกระทบที่มีต่อสังคม และคุณค่าที่องค์กรยึดถือ ซึ่งผู้นำรุ่นใหม่ต้องบริหารองค์กรให้เติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อผู้คนและสังคม
จุดแข็งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของ Gen Z คือการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลง การที่เติบโตมากับสมาร์ตโฟน อินเทอร์เน็ต และสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้สามารถสื่อสาร สร้างเครือข่าย และขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่สิ่งแวดล้อม สุขภาพจิต ไปจนถึงสิทธิแรงงาน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต้องอาศัยการวางระบบ การบริหารทรัพยากร การสร้างฉันทามติ และการรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจ ดังนั้น Gen Z ต้องเรียนรู้ภาวะผู้นำตั้งแต่ในวันนี้
คำว่า “ภาวะผู้นำ” ในสถานการณ์เช่นนี้ จะหมายถึงความสามารถในการนำตนเองก่อนนำผู้อื่น และเป็นผู้ที่บริหารจัดการตนเองได้ ก่อนที่จะนำพาทีมหรือองค์กรต่อไป การมีวินัย รู้จักเป้าหมาย รับผิดชอบต่อการตัดสินใจ ควบคุมอารมณ์ และเรียนรู้จากความผิดพลาด “ภาวะผู้นำ” ในมิตินี้จึงมีความหมายที่มากกว่าการครองตำแหน่งหรือกุมอำนาจ
ขณะเดียวกัน AI กำลังทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล เขียนรายงาน สร้างภาพ และช่วยตัดสินใจในหลายเรื่อง แต่สิ่งที่ AI ยังทำแทนคนไม่ได้ คือการสร้างความไว้วางใจ การเข้าใจความรู้สึกของผู้คน การตัดสินใจบนพื้นฐานของจริยธรรม และการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นร่วมมือกัน สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่ทำให้ภาวะผู้นำยิ่งสำคัญในยุค AI
กรณีของ Elle De Freitas ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท Wonderkind เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เธอเข้ารับตำแหน่งผู้นำองค์กรตั้งแต่อายุเพียง 31 ปี พร้อมทีมผู้บริหารที่ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่น Gen Z เธอยอมรับว่าเคยตั้งคำถามกับตนเองว่า "พร้อมหรือยัง" แต่ทุกการตัดสินใจที่ประสบความสำเร็จช่วยสร้างความมั่นใจมากขึ้น ประสบการณ์นี้สะท้อนว่า ไม่มีใครเกิดมาเป็นผู้นำ ความมั่นใจไม่ได้เกิดก่อนการลงมือทำ แต่เกิดจากการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ
เช่นเดียวกับ Jake Bjorseth ผู้ก่อตั้งบริษัทการตลาด Trndsttrs ที่ลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างธุรกิจของตนเอง แม้หลายคนมองว่าเขายังอายุน้อยและขาดประสบการณ์ แต่เมื่อ McDonald's ต้องการเข้าถึงผู้บริโภควัย 18–21 ปี เขากลับค้นพบว่าจุดแข็งของทีมคือการเข้าใจคนรุ่นเดียวกันและเข้าใจโลกดิจิทัลอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นข้อด้อย กลับกลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม ความอ่อนวัยไม่ได้มีแต่ข้อดี ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำเห็นตรงกันว่า คนรุ่นใหม่ยังขาดประสบการณ์ในการบริหารภาวะวิกฤต การจัดการความขัดแย้ง และการมองภาพรวมขององค์กร แต่ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ใช่เหตุผลของการให้รอจนมีอายุมากก่อนจึงค่อยเรียนรู้ เพราะภาวะผู้นำเป็นผลของการเรียนรู้ การฝึกฝน และการสะท้อนประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง ผู้นำที่ดีต้องมีทั้งความมั่นใจและความอ่อนน้อม กล้าตัดสินใจ ขณะเดียวกันก็พร้อมรับฟังคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์และที่ปรึกษา
โลกอนาคตมองว่าใครคือ “ผู้นำ” ตัวจริง โดยพิจารณาที่ความสามารถในการเรียนรู้ว่าเร็วเพียงใด ปรับตัวได้ดีเพียงใด และสร้างคุณค่าให้ผู้คนได้มากเพียงใด ประสบการณ์ยังคงมีคุณค่า แต่ไม่ใช่เงื่อนไขเดียวของความเป็นผู้นำ เช่นเดียวกับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีก็ต้องมาพร้อมกับวิจารณญาณ จริยธรรม และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ดังนั้น การเรียนรู้ภาวะผู้นำสำหรับ Gen Z จึงเป็นการเตรียมตัวเพื่อเป็นผู้บริหารในอนาคต และการเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตและการทำงานในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะว่า...โลกในวันนี้...โอกาสการเป็นผู้นำมาถึงเร็วกว่าที่คาด








