สำหรับแวดวงสัตวแพทย์ของประเทศไทย มีเรื่องที่น่ายินดีคือ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มก. ได้การรับรองมาตรฐานสากลจาก AVBC (Australasian Veterinary Boards Council) ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพที่มีหน้าที่ดูแลด้านคุณภาพการผลิตสัตวแพทย์ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และการรับรองมาตรฐานสำหรับโรงเรียนสัตวแพทย์ นับเป็นความสำเร็จของวิชาชีพสัตวแพทย์ไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล
ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มก. เป็นสถาบันสัตวแพทย์แห่งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ผลงานครั้งนี้เกิดจากการทุ่มเทร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วน โดย ผศ.สพ.ญ.ดร.วราพร พิมพ์ประไพ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงมาตรฐาน AVBC ว่า “เกณฑ์มาตรฐานของ AVBC มี 4 โดเมนหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการและการพัฒนาคุณภาพ(Governance and Quality Enhancement) สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ (Learning Environment) หลักสูตรและการประเมินผล (Curriculum and Assessment) และ การสนับสนุนบุคลากรและนิสิต (Staff and Student Support) ซึ่งประกอบด้วย 15 มาตรฐาน และ 92 เกณฑ์ในการพิจารณา”
ผศ.สพ.ญ.ดร.วราพร คณบดีเล่าถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรฐาน AVBC ว่า “เราเริ่มเตรียมการเพื่อขอรับรองมาตรฐานนี้ตั้งแต่ 5 ปีก่อน ตั้งแต่สมัยคณบดีท่านก่อน คือ ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม ตั้งแต่นำมาตรฐานมาศึกษาแล้วสร้างทีมขึ้นมา เราพูดคุยกับคณะสัตวแพทย์อื่น ๆ ที่ได้รับการรับรองมาก่อนหน้า โดยไปดูงานที่ University of Edinburgh และที่ City University of Hong Kong ซึ่งเขายินดีช่วยเหลือเป็นเหมือนพี่เลี้ยง ที่สำคัญเราได้รับความเอื้อเฟื้อจาก Prof. Norman Williamson ซึ่งเคยเป็นกรรมการ AVBC มาก่อน และกรุณามาช่วยดูความพร้อมของเราว่าพร้อมไหม มีอะไรต้องปรับปรุง นับจากที่อาจารย์มาดูเราครั้งแรก ใช้เวลาสองปีถึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า Mock visit (การซ้อมตรวจประเมินแบบเสมือนจริง) ซึ่งการ Mock visit เกิดขึ้นเมื่อกลางปีที่แล้ว จากนั้นเดือนพฤศจิกายนทีม site visit จริงก็มา ซึ่งใช้เวลาเตรียมจนถึงการพิจารณาจนเราได้ประกาศการรับรองเมื่อ 12 มิถุนายน 2569 ใช้เวลาเกือบ 6 ปี”
แล้วการประเมินของ AVBC ต่อคณะสัตวแพทยศาสตร์ มก. เป็นอย่างไร คณบดีเผยว่า
“ผลการประเมินพบว่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มก. ผ่านการประเมิน โดยมีเรื่องต้องแก้ไขเพียงเล็กน้อย (Minor Deficiency) ประมาณ 7 ข้อจากทั้งหมด 92 ข้อ สิ่งที่เขาต้องการ คือ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มก. สามารถผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพเทียบเท่ากับสถาบันที่ผ่านการรับรองระดับสากล ซึ่งการจะได้บัณฑิตสัตวแพทย์แบบนั้น ทางคณะจึงต้องมีการเตรียมการทั้งในแง่หลักสูตร อาคารเรียน ห้องเรียน Skill Lab ที่ทำให้มั่นใจได้ว่าบัณฑิตทีผ่านหลักสูตรจะมีทั้งความรู้และทักษะ เป็นทักษะที่เรียกว่า "Day One Skills” คือเมื่อจบไปทำงานวันแรกต้องทำอะไรได้บ้าง ซึ่งสถาบันที่ขอการรับรองต้องแสดงให้เห็นว่าบัณฑิตสามารถทำได้แบบนั้น ดังนั้นเรื่องของหลักสูตร การประเมิน ความปลอดภัย รวมถึงสวัสดิภาพทั้งของนิสิตและบุคลากรจะถูกนำมาประเมินทั้งหมดเพื่อมองในภาพรวม”
คณบดีเล่าให้ฟังถึงความสำเร็จจากการได้มาตรฐาน AVBC ว่าเกิดจากอะไร
“ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากคณาจารย์ บุคลากร คุณหมอ เจ้าหน้าที่ นิสิต และศิษย์เก่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ของเราค่อนข้างใหญ่ มีหนึ่งคณะแต่สองวิทยาเขต คือ บางเขนและกำแพงแสน นิสิตปีหนึ่งถึงปีสี่ครึ่ง เรียนที่บางเขน จากนั้นจึงเรียนทางด้านปศุสัตว์และสัตวแพทยสาธารณสุขที่กำแพงแสน เรามีโรงพยาบาลสัตว์ 5 แห่ง (บางเขน กำแพงแสน หนองโพ หัวหิน และ ณ ทิพย์พิมาน) ซึ่งโรงพยาบาลสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนทั้งหมดจะต้องพร้อม รวมถึงรถที่วิ่งออกไปดูฟาร์ม ดังนั้นบุคลากร นิสิตปัจจุบันและนิสิตเก่า ต้องเข้าใจและร่วมแรงร่วมใจกัน ซึ่งนิสิตเก่าเองมีส่วนสำคัญในการแสดงให้เห็นว่า นิสิตที่จบจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มก. เป็นผู้ที่มีตัวตนและมีความสำคัญในสังคมและแวดวงวิชาชีพ เป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกัน และมหาวิทยาลัยเองก็ต้องส่งเสริมเพราะการผลิตบัณฑิตต้องดูองค์ประกอบทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะทางกรรมการต้องดูทั้ง Happy Place หอพัก ห้องสมุด ดังนั้นไม่ใช่งานที่ทำได้คนเดียว ต้องร่วมแรงร่วมใจและใช้เวลาอย่างมาก”
สำหรับการได้รับการรับรองครั้งนี้มีประโยชน์ต่อนิสิตและคณะในระดับสากลอย่างไร คณบดี เปิดเผยว่า “นิสิตที่จบจากคณะสัตวแพทย์ 6 ปีจะเป็นสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต แต่ถ้าไม่สามารถสอบผ่านจนได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์จากสัตวแพทยสภาแห่งประเทศไทย จะใช้ได้แต่วุฒิปริญญาตรีในการประกอบอาชีพ แต่รักษาสัตว์ไม่ได้ การที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ ได้รับการรับรองจาก AVBC นั่นหมายความว่า นิสิตสัตวแพทย์ที่เรียนอยู่ในช่วงเวลา 7 ปีนับแต่นี้ เมื่อจบการศึกษาแล้ว สามารถปฏิบัติงานในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้โดยไม่ต้องสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพียงแต่ต้องมี Work Permit และสอบผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษตามกำหนด
“นอกจากนี้ การได้รับรองมาตรฐานสากลจาก AVBC ช่วยเสริมสร้างความน่าสนใจและความเชื่อมั่นระดับโลกที่มีต่อคณะสัตวแพทยศาสตร์ มก. มากขึ้น ส่งผลให้เกิดความสะดวกคล่องตัวในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนนิสิต (Exchange Program) และการสร้างเครือข่ายวิจัย (MOU) กับมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่น ๆ ทั่วโลก”
สำหรับความโดดเด่นของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณบดี กล่าวว่า “IDKU เป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับคณะสัตวแพทยศาสตร์ เราเพิ่ม “ VET” V คือ Volunteer นิสิตเราต้องมีใจ เป็น "สัตวแพทย์เพื่อประชาชน" คำว่า "สัตวแพทย์เพื่อประชาชน" เรามีทั้งการเรียนการสอนที่เน้นให้นิสิตปฏิบัติงานได้จริง เรามี 5 โรงพยาบาลสัตว์และ 2 ศูนย์ชันสูตรโรคสัตว์ ซึ่งให้บริการสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ สัตว์เศรษฐกิจ นิสิตที่จบไปต้องทำงานได้จริง ตอบสนองความต้องการของประเทศและประชาชนได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เรามุ่งหวัง
“นอกจากนี้ยังมีเรื่อง E (Ethics) ต้องมีจรรยาบรรณวิชาชีพและรักษาความศักดิ์สิทธิ์และความภาคภูมิใจของวิชาชีพ รวมถึงตัว T (Technology) เราพยายามใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็น skill lab เรามีนิสิต 150 คนต่อปี จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ช่วยการเรียนการสอนที่ทำให้นิสิตสามารถเรียนรู้ได้เพิ่มเติมนอกเวลา ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงสื่อการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา skills เพราะว่าสัตวแพทย์จำเป็นต้องมีความรู้และทักษะควบคู่กัน นอกจากรักษาแมวสุนัขได้เป็นอย่างดี จะต้องรู้จักโรคในวัว โรคในม้า โรคในสุกร สัตว์ปีก สัตว์น้ำ สัตว์ป่า ซึ่งเป็นชนิดสัตว์ตามมาตรฐานวิชาชีพที่จะต้องสอบให้ผ่าน สิ่งที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ของเรามีความโดดเด่นคือ เราเป็นสัตวแพทย์ของประชาชน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและสังคมได้อย่างแท้จริง นิสิตและบัณฑิตสัตวแพทย์ของเราต้องปฏิบัติงานได้จริง"
นับเป็นเรื่องน่ายินดีและชื่นชมที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มก. ได้การรับรองมาตรฐานสากลจาก AVBC สะท้อนถึงความสำเร็จในก้าวสำคัญของวิชาชีพสัตวแพทย์ไทย สมกับคำล่าวที่ว่าเป็น "สัตวแพทย์เพื่อประชาชน" ผู้มีใจให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและสังคมได้เป็นอย่างดี








