วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดโครงการอบรมและประกวด Mini-Nursing Hackathon 2026 ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 19–20 พฤษภาคม 2569 ณ Co-working Space ชั้น 17 อาคาร 6 เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 1 เรียนรู้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ หรือ Design Thinking ควบคู่กับการสร้างนวัตกรรมด้านสุขภาพ โดยใช้โจทย์การดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ ผ่านการลงพื้นที่จริงในชุมชนการเคหะท่าทราย เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เพื่อรับฟังปัญหา วิเคราะห์ความต้องการ และพัฒนาต้นแบบแนวคิดที่สามารถต่อยอดสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุได้อย่างเหมาะสม
การจัดกิจกรรมครั้งนี้เชื่อมโยงกับรายวิชา “วิจัยและนวัตกรรม” ของวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ โดยมีเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาพยาบาลมีพื้นฐานด้านการคิดเชิงวิจัย การคิดเชิงนวัตกรรม และการมองปัญหาอย่างเป็นระบบ ก่อนก้าวเข้าสู่การเรียนและการฝึกปฏิบัติที่เข้มข้นมากขึ้น โดยได้รับเกียรติจากทีมวิทยากร ประกอบด้วย นายธนานุกิจ จาดชลบท , ม.ล.จิรทิพย์ เทวกุล , นายฐิติฤกษ์ พรหมวนิช, นางสาวธัญลักษณ์ แสงลาภเจริญกิจ และนายฐากูร ลีลาวาปะ มาร่วมให้มุมมอง ข้อเสนอแนะ และกระบวนการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาในด้านการออกแบบนวัตกรรม การสื่อสารแนวคิด และการพัฒนาต้นแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง
รองศาสตราจารย์ ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า กิจกรรม Mini-Nursing Hackathon 2026 เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการเรียนรู้ของนักศึกษาพยาบาลให้เชื่อมโยงกับบริบทสุขภาพของชุมชน โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษา มหาวิทยาลัย และชุมชน ได้เรียนรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันพัฒนาแนวทางที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ ภายใต้บทบาทของวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ที่มุ่งส่งเสริมสุขภาวะของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมครั้งนี้นำกระบวนการ Design Thinking มาเป็นแกนหลักของการเรียนรู้ ตั้งแต่การทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย การนิยามปัญหา การระดมความคิด การสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุง ซึ่งสอดคล้องกับหัวใจของวิชาชีพพยาบาลที่ให้ความสำคัญกับการดูแลแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งผู้ป่วย ครอบครัว ผู้ดูแล และสภาพแวดล้อมของชุมชน โดยเฉพาะประเด็นผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของระบบสุขภาพไทย เนื่องจากผู้สูงอายุจำนวนมากยังเผชิญปัญหาสุขภาพ โรคเรื้อรัง ภาวะพึ่งพิง การหกล้ม การลืมรับประทานยา ความเหงา และข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ
รศ.ดร.ดรุณี กล่าวเพิ่มเติมว่า นักศึกษาพยาบาลยุคใหม่ต้องมองบทบาทของตนเองให้กว้างกว่าการดูแลเมื่อเกิดความเจ็บป่วย แต่ต้องสามารถคิด วิเคราะห์ และออกแบบแนวทางที่ช่วยให้ผู้สูงอายุแต่ละกลุ่ม ทั้งผู้สูงอายุติดสังคม ติดบ้าน และติดเตียง ใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างปลอดภัย มีคุณค่า และมีความสุข การสร้างนวัตกรรมจึงต้องเริ่มจากการรับฟังผู้ใช้จริง เพื่อให้ผลงานตอบโจทย์ชีวิตของผู้คนและนำไปใช้ได้จริง สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนานักศึกษาของ DPU ที่มุ่งสร้างบัณฑิตให้มีทั้งทักษะวิชาชีพ Soft Skills การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม และการสร้างสรรค์แนวทางใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง
ด้าน อาจารย์นุชนาถ ลีลาวาปะ ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า สำหรับการประเมินผลงานของนักศึกษา คณะกรรมการกำหนดเกณฑ์ไว้อย่างเป็นระบบ 5 ด้าน ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์และความเป็นนวัตกรรม ความเข้าใจปัญหาของผู้สูงอายุในพื้นที่ ความเป็นไปได้ของแนวคิดและผลกระทบต่อกลุ่มเป้าหมาย ทักษะการนำเสนอ รวมถึงจริยธรรมและมุมมองต่อบทบาททางการพยาบาล โดยให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ปัญหาจริงของผู้สูงอายุในชุมชนการเคหะท่าทราย ทั้งนี้หากผลงานนักศึกษามีศักยภาพ วิทยาลัยฯ พร้อมสนับสนุนการต่อยอดสู่การจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร รวมถึงพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ใช้ได้จริงในอนาคต
ขณะที่ นายธนานุกิจ จาดชลบท ทีมวิทยากร กล่าวว่า เวิร์กช็อปครั้งนี้ออกแบบให้นักศึกษาพยาบาลได้ฝึก“แปลงข้อมูลจากพื้นที่จริงให้กลายเป็นแนวคิดนวัตกรรม” ตั้งแต่การตั้งคำถาม การคัดกรองประเด็นปัญหา การจัดลำดับความสำคัญของข้อมูล การสรุป Insight จากการพูดคุยกับผู้สูงอายุในชุมชน ไปจนถึงการกำหนดโจทย์นวัตกรรมและออกแบบต้นแบบ หรือ Prototype ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สามารถนำเสนอได้ภายในเวลาจำกัด เพื่อให้นักศึกษาเห็นว่า นวัตกรรมสุขภาพที่ดีควรอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าออกแบบมาเพื่อใคร แก้ปัญหาอะไร และสร้างประโยชน์ต่อผู้ใช้ได้อย่างไร ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับพยาบาลรุ่นใหม่ที่ต้องสามารถคิด วิเคราะห์ และพัฒนาแนวทางดูแลสุขภาพให้เหมาะสมกับบริบทจริงของชุมชน
เช่นเดียวกับ ม.ล.จิรทิพย์ เทวกุล ทีมวิทยากร กล่าวว่า กิจกรรม Mini-Nursing Hackathon เป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาพยาบาลได้ฝึกใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ หรือ Design Thinking เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุ โดยเริ่มจากการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ทั้งการพูดคุย สังเกต และเก็บข้อมูลจากผู้สูงอายุในชุมชน ก่อนนำข้อมูลกลับมาวิเคราะห์ปัญหา ระดมความคิด และพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมเพื่อนำเสนอ กระบวนการดังกล่าวช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้การสร้างนวัตกรรมสุขภาพจากปัญหาจริง และเข้าใจความต้องการของผู้รับบริการมากขึ้น
ม.ล.จิรทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดโจทย์เรื่องผู้สูงอายุสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ เพราะผู้สูงอายุต้องการการดูแลหลายมิติ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ การใช้ชีวิตประจำวัน และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นจึงอาจอยู่ในรูปแบบสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ บริการ ระบบดูแล หรือกระบวนการใหม่ ๆ เช่น Telemedicine ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุรับคำปรึกษาและติดตามอาการจากบ้านได้ ลดภาระการเดินทาง และเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยแนวคิดจากกิจกรรมครั้งนี้สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในอนาคตได้
ทั้งนี้ ผลการประกวด Mini-Nursing Hackathon 2026 รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ กลุ่ม Phonsawan กับผลงาน “คืนสุขให้การนอน” นวัตกรรมยาดมสมุนไพร Aroma Relax เพื่อช่วยผ่อนคลายและส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับของผู้สูงอายุ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ กลุ่มวัยเก๋า เรนเจอร์ กับผลงาน“Ortho-Gait Care Box” ชุดอุปกรณ์ดูแลสุขภาพเท้าที่ช่วยลดอาการปวดเมื่อยและเพิ่มความมั่นใจในการเคลื่อนไหว และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ กลุ่มบ้านแถว ณ ท่าทราย กับผลงาน “นวัตกรรมรองเท้าและถุงเท้าอัจฉริยะ” เพื่อลดความเสี่ยงจากการลื่นล้ม เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านตามลำพัง
นางสาวณัฐวิภา นวลหงษ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ตัวแทนกลุ่ม Phonsawan ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เปิดเผยว่า กลุ่มได้พัฒนาแนวคิดผลิตภัณฑ์ “ยาดมสมุนไพร Aroma Relax” จากปัญหาที่พบระหว่างลงพื้นที่ชุมชน คือประชาชนบางส่วนมีภาวะเครียด นอนไม่หลับ และมีการใช้ยานอนหลับค่อนข้างมาก จึงต่อยอดเป็นไอเดียนวัตกรรมสุขภาพจากสมุนไพรและพืชหอมธรรมชาติ เพื่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น ลดอาการวิงเวียนศีรษะ ช่วยให้หายใจโล่งขึ้น และส่งเสริมการนอนหลับ
ทั้งนี้ กลุ่มมีแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ชุมชนมากขึ้น โดยจะนำไปให้คนในพื้นที่ทดลองใช้และเก็บความคิดเห็น ก่อนปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผู้ใช้จริง ควบคู่กับการให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ การนอนหลับ และข้อควรระวังจากการใช้ยานอนหลับอย่างต่อเนื่อง โดยได้ตั้งราคาจำหน่ายกระปุกละ 40 บาท และให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิตและจำหน่าย โดยกิจกรรมครั้งนี้ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานจากปัญหาจริง ฝึกการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม การสื่อสารกับชุมชน และการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพที่คำนึงถึงประโยชน์ต่อผู้ใช้และคุณค่าที่ส่งกลับคืนสู่ชุมชน








