กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เผยวิกฤตโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) พบกลุ่มแรงงานวัย 46-60 ปี กว่า 17.3 ล้านคน มีความเสี่ยงสูงด้านความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ เหตุรายจ่ายพุ่งสูงกว่า 4 เท่าในรอบ 3 ทศวรรษ แต่ออมได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ กอช. เร่งรณรงค์แรงงานนอกระบบ ออมเงินเพื่อรับเงินสมทบจากรัฐ 100% พร้อมชูจุดเด่น “บำนาญตลอดชีพ” ปิดช่องว่าง “แก่แต่จน”
กอช. เปิดเผย ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สำนักงานสถิติแห่งชาติ และรายงานจาก TDRI สะท้อนความจริงที่น่ากังวลว่า ไทยไม่ได้แค่มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น แต่กำลังอายุยืนและอยู่ลำพังมากขึ้น โดยกลุ่มที่น่าจับตาที่สุดคือ “คลื่นคนวัย 46-60 ปี” หรือกลุ่ม “ใกล้เกษียณ” เพิ่มจากปี 2537 เป็น 17.3 ล้านคน ในปี 2567 และมีสัดส่วนสูงถึง 39% ของประชากรวัยแรงงานทั้งหมด คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ (41.6%) เป็นแรงงานอิสระหรือทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งต้องวางแผนรับผิดชอบการออมเพื่อเกษียณอีก 10-15 ปีข้างหน้าด้วยตนเอง ในสภาพที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น แต่เงินออมกลับสวนทาง
วิกฤตรายจ่ายวัยเกษียณ ข้อมูลระบุว่า ในปี 2567 รายจ่ายเฉลี่ยของคนอายุ 46 – 60 ปี เดือนละ 8,362 บาท และผู้สูงอายุวัยต้น (61-70 ปี) อยู่ที่ประมาณ 7,603 บาทต่อเดือน แต่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบันเริ่มต้น 600 บาท ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นได้เพียง 7.9% เท่านั้น นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่าต้นทุนของการ “อยู่คนเดียว” สูงกว่าการอยู่เป็นครอบครัวอย่างชัดเจน โดยผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 10,087 บาทต่อเดือน เนื่องจากไม่สามารถหารเฉลี่ย ค่าที่พัก อาหาร และการเดินทางร่วมกับใครได้
ช่องว่างการออม เงินสะสมที่อาจหมดลงภายในไม่กี่ปี คนอายุ 46 – 60 ปี มีเงินออมเฉลี่ยประมาณ 4,416 บาท ต่อคนต่อเดือน พบว่าคนวัยใกล้เกษียณมีความเปราะบางทางการเงินสูงมาก
• เริ่มออมตอนอายุ 46 ปี หากออมตามค่าเฉลี่ย จะมีเงินใช้หลังเกษียณได้เพียงประมาณ 6.6 ปี
• เริ่มออมตอนอายุ 50 ปี เงินจะรองรับชีวิตได้เพียง 5.1 ปี
• เริ่มออมตอนอายุ 55 ปี เงินจะเหลือใช้เพียง 2.8 ปี
ซึ่งหากพิจารณาว่าคนไทยปัจจุบันมีอายุยืนยาวขึ้นถึง 80 - 90 ปี (กลุ่มอายุ 90 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าใน 30 ปี ที่ผ่านมา) จะเห็นว่าเงินออมที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตที่ยาวนานขึ้นอย่างแน่นอน
กอช. ทางเลือกที่มั่นคงสำหรับแรงงานนอกระบบ เพื่อปิดช่องว่างนี้ กอช. มุ่งเน้นให้แรงงานอิสระ พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร และผู้ประกอบอาชีพรับจ้าง ที่มีอายุ 15 – 60 ปี เข้าสู่ระบบการออมเชิงรุกก่อนถึงวัยเกษียณ โดยมีสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงในอนาคต ดังนี้
1. รัฐช่วยเติม รัฐบาลสมทบเงินเพิ่มให้สูงสุด 100% ตามช่วงอายุ ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี
2. ความยืดหยุ่นสูง ออมขั้นต่ำเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุด 30,000 บาทต่อปี (ไม่ออมเท่ากันทุกเดือนก็ได้)
3. บำนาญที่จับต้องได้ เมื่ออายุครบ 60 ปี จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีพ ช่วยลดภาระลูกหลาน และสร้างคุณภาพชีวิตที่มั่นคง
4. ลดหย่อนภาษี เงินออมนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนสูงสุด 30,000 บาทต่อปี
จากภาพจำของวัยเกษียณที่อยู่อย่างประหยัด และมีลูกหลานคอยดูแลกำลังเลือนหายไป สังคมใหม่ คือการพึ่งพาตนเอง กอช. จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกของการออม แต่เป็น “ตาข่ายความปลอดภัย” ที่จะช่วยให้แรงงานนอกระบบมีบำนาญใช้หลังอายุ 60 ปี ควบคู่ไปกับเบี้ยยังชีพของรัฐ เพื่อให้คนไทยสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างมีศักดิ์ศรี
สำหรับผู้ที่สนใจตรวจสอบสิทธิ์และสมัครสมาชิก กอช. สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “กอช.” หรือที่ไลน์ @nsf.th และเคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ สอบถามสายด่วนเงินออม โทร. 02-049-9000








