รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง “ควอนตัมทางการศึกษา” ไม่ใช่แค่ “กระแส” ความว่า คำว่า “ควอนตัม” เริ่มปรากฏถี่ขึ้นในวงการศึกษา หลายคนเห็นว่าเป็นศัพท์ใหม่ของยุคเทคโนโลยี และคงเหมือนกับคำอื่น ๆ ที่มาแล้วก็เงียบหายไป แต่ถ้าพิจารณาให้ลึก ควอนตัมทางการศึกษาอาจไม่ใช่กระแส หากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของระบบการเรียนรู้ เพราะโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีควอนตัมจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ความมั่นคง สุขภาพ อาหาร การบริการ และคุณภาพชีวิตอย่างกว้างขวาง
“ควอนตัมทางการศึกษา” (Educational Quantum) ในที่นี้หมายถึง การสร้างความรอบรู้เชิงควอนตัม หรือ Quantum Literacy ให้ผู้เรียนทุกสาขาสามารถเข้าใจหลักคิดพื้นฐานของเทคโนโลยีควอนตัม ได้แก่ ควอนตัมคอมพิวติ้ง (Quantum Computing) ควอนตัมเซนซิง (Quantum Sensing) และควอนตัมคอมมิวนิเคชัน (Quantum Communication) ในระดับที่สามารถประเมินผลกระทบ เห็นโอกาสในการประยุกต์ใช้ และตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณได้ ความรู้เช่นนี้ไม่ควรถูกจำกัดไว้ในห้องทดลอง แต่ควรเป็นทักษะพื้นฐานของพลเมืองในอนาคต
กระแสควอนตัมระดับโลกมีน้ำหนักมากพอจะยืนยันว่า “ไม่ใช่เรื่องชั่วคราว” ข้อมูลจาก MIT Quantum Index Report 2025 ระบุว่า ตำแหน่งงานในสหรัฐอเมริกาที่ต้องการทักษะควอนตัมเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าตั้งแต่ปี 2018 ขณะที่ตลาดควอนตัมคอมพิวติ้งมีรายได้ 1.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027 ขณะเดียวกัน McKinsey ชี้ว่ากำลังคนยังขาดแคลน โดยอัตราส่วนบัณฑิตด้านควอนตัมต่อตำแหน่งงานอยู่ที่ 1 ต่อ 3 กล่าวคือ มีผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเพียงหนึ่งคนต่อสามตำแหน่งที่ต้องการรับคน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเท่านั้น แต่อยู่ที่ระบบการศึกษาจะผลิตคนได้ทันหรือไม่
ระดับนโยบาย หลายประเทศขยับตัวอย่างจริงจัง สหรัฐอเมริกาลงทุนผ่าน National Quantum Initiative ระหว่างปี 2019–2024 เป็นเงิน 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จีนบรรจุควอนตัมไว้ในแผนพัฒนาห้าปีฉบับที่ 14 พร้อมงบประมาณกว่า 40,000 ล้านหยวนสำหรับห้องปฏิบัติการควอนตัมระดับชาติ เยอรมนีสนับสนุน Quantum Computing Initiative เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสหภาพยุโรปผลักดัน Quantum Digital Skills Academy ใน Digital Europe Work Programme 2025–2027 ทั้งหมดนี้บอกชัดว่า ควอนตัมได้กลายเป็นยุทธศาสตร์ด้านกำลังคนของประเทศ ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีล้ำสมัยของนักวิทยาศาสตร์
สำหรับมหาวิทยาลัยไทย โจทย์สำคัญไม่ใช่การแข่งเป็นมหาวิทยาลัยควอนตัมแบบสถาบันวิทยาศาสตร์ชั้นนำ หากอยู่ที่การใช้จุดแข็งเดิมสร้างความพร้อมเชิงระบบ ดังเช่นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีอัตลักษณ์เด่นด้านอาหาร การศึกษาปฐมวัย การท่องเที่ยวและบริการ พยาบาลและสุขภาวะ รวมถึงกฎหมายและการเมือง อัตลักษณ์เหล่านี้สามารถเชื่อมโยงกับควอนตัม ผ่านการมองควอนตัมในฐานะเครื่องมือยกระดับ ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ด้านอาหารและการโรงแรม ควอนตัมเซนซิง เมื่อทำงานร่วมกับนาโนเทคโนโลยีและชีวเซนเซอร์ อาจพัฒนาไปสู่ระบบตรวจจับความปลอดภัยอาหารแบบเรียลไทม์ที่แม่นยำขึ้น ขณะที่ควอนตัมคอมพิวติ้งอาจช่วยสร้างแบบจำลองห่วงโซ่อุปทานอาหารที่ซับซ้อน ทำให้ธุรกิจอาหารและโรงแรมจัดการต้นทุน ความปลอดภัย และความยั่งยืนได้ดีขึ้น ตัวอย่างจาก Pattison Food Group ในแคนาดา ซึ่งใช้ D-Wave quantum-based scheduling solution ลดความพยายามในการจัดตารางงานพนักงานขับรถได้ถึง 80% ในปี 2024 ชี้ให้เห็นว่า ควอนตัมไม่ได้อยู่แค่ในห้องทดลอง แต่เริ่มเคลื่อนเข้าสู่ครัว โรงแรม ระบบจัดซื้อ และการบริหารบุคลากรแล้ว
ด้านการศึกษาปฐมวัยและครุศาสตร์ ครูคือผู้เปิดประตูความเข้าใจให้คนรุ่นถัดไป นักศึกษาครุศาสตร์ไม่จำเป็นต้องเป็นนักฟิสิกส์ควอนตัม แต่ควรเข้าใจ “การคิดเชิงควอนตัม” ในความหมายของการยอมรับความไม่แน่นอน การมองเห็นหลายความเป็นไปได้ การคิดเชิงระบบ และการเชื่อมโยงความรู้ข้ามบริบท แนวคิดเหล่านี้สามารถแทรกในกิจกรรมปฐมวัยได้ เช่น การตั้งคำถามปลายเปิด การทดลองเรื่องแสง เงา ความน่าจะเป็น หรือการเล่าเรื่องที่ทำให้เด็กเห็นว่า ปัญหาเดียวกันอาจมีได้หลายคำตอบ
ภาวะผู้นำคือหัวใจของเรื่องนี้ ผู้นำมหาวิทยาลัยต้องแปลงถ้อยคำในแผนยุทธศาสตร์ให้เป็นระบบปฏิบัติจริง อย่างน้อย 3 ภารกิจ ได้แก่ สร้างความร่วมมือกับอุตสาหกรรมตั้งแต่ขั้นออกแบบหลักสูตร พัฒนาศักยภาพอาจารย์ให้เป็น Quantum-Ready Faculty ผ่านเวิร์กชอป เครือข่ายนานาชาติ หรือแพลตฟอร์มอย่าง IEEE Quantum Teacher Workshop และสร้างพื้นที่ทดลองจริงหรือ Living Lab โดยใช้จุดแข็งของสถาบัน เช่น อาหาร โรงแรม การบริการ และการเรียนรู้ของเด็ก เป็นสนามเรียนรู้ร่วมกันของอาจารย์ นักศึกษา และผู้ประกอบการ
จากนโยบายสู่การปฏิบัติ เริ่มได้โดยไม่ต้องรื้อระบบทั้งหมด ขั้นแรกคือทำ Quantum Literacy Mapping สำรวจรายวิชาที่สามารถแทรกแนวคิดควอนตัมพื้นฐานได้ เช่น ความปลอดภัยอาหาร การจัดการคุณภาพ การบริหารโรงแรมดิจิทัล การพัฒนาหลักสูตร หรือจริยธรรมเทคโนโลยี ขั้นที่สองคือออกแบบโมดูลการเรียนรู้ขนาดสั้นสำหรับทุกหลักสูตร เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจผลกระทบของควอนตัมต่อวิชาชีพของตน ขั้นที่สามคือประเมินผลด้วยชิ้นงานจริง เช่น กรณีศึกษา โครงงานนวัตกรรม หรือข้อเสนอเชิงนโยบายขนาดเล็ก
ความยั่งยืนของควอนตัมทางการศึกษาไม่ได้อยู่ที่งบประมาณก้อนใหญ่ แต่อยู่ที่การบูรณาการอย่างต่อเนื่อง หากมหาวิทยาลัยทำให้ควอนตัมเป็นส่วนหนึ่งของการคิด การสอน การวิจัย และการบริการวิชาการได้ ความรู้นี้จะไม่ใช่โครงการระยะสั้น แต่จะเป็นวัฒนธรรมการเรียนรู้ใหม่ที่เชื่อมโยงกับ SDG 4 ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ
ควอนตัมทางการศึกษาคือ บททดสอบล่าสุดของมหาวิทยาลัยไทยว่าจะกล้าคิดและลงมือก่อนโลกเปลี่ยน หรือจะรอให้โลกเปลี่ยนแล้วค่อยปรับตัว มหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องละทิ้งตัวตนเดิมเพื่อก้าวเข้าสู่ยุคควอนตัม แต่ต้องรู้จักผนวกควอนตัมเข้ากับวิธีคิด การจัดการเรียนรู้ และอัตลักษณ์ของตนเอง สำหรับสวนดุสิต ฐานด้านอาหาร บริการ ครู สุขภาวะ และมนุษย์ คือทุนเดิมที่แข็งแรงพอ คำถามจึงไม่ใช่ “ควอนตัมเป็นกระแสหรือไม่” แต่คือ “เราจะปล่อยให้กระแสไหลผ่านไป หรือจะเปลี่ยนให้เป็นพลังขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน” ครับ








