วันที่ 19 เมษายน 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ดาวเทียมฝีมือคนไทย ใกล้ทะยานสู่ห้วงอวกาศ ก้าวสำคัญในการเป็นผู้พัฒนา Deep Tech
เมื่อวานนี้ที่ NARIT (สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ) แม่ริม ผมไปติดตามความคืบหน้าของ TSC-1 ดาวเทียมวิจัยฝีมือคนไทย
สิ่งที่เห็นคือศักยภาพของวิศวกรไทยที่น่าภาคภูมิใจ ยิ่งทำให้เรามีความหวังครับ
หัวใจสำคัญของ TSC-1 คือเราสร้างเองสูงถึง 60% ตั้งแต่กล้องถ่ายภาพรายละเอียดสูง ระบบซอฟต์แวร์ควบคุมการวางตัว ไปจนถึงสถานีภาคพื้นดิน ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกออกแบบและประกอบโดยคนไทยเกือบทั้งหมด และบททดสอบที่หินที่สุดผ่านไปแล้ว
ผมเข้าไปดูห้องปฏิบัติการที่ใช้ทดสอบสภาวะสุดขั้ว ทั้งความกดอากาศต่ำในอวกาศ (Thermal Vacuum) การทนต่อรังสี และการสั่นสะเทือนรุนแรง ซึ่งผลการทดสอบยืนยันว่า Engineering Model ของเราสอบผ่าน! เทคโนโลยีที่เราพัฒนาขึ้นมีความเสถียรและพร้อมทำงานจริง เป้าหมายถัดไปคือ Flight Model หรือการสร้างตัวเครื่องจริงที่จะส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 2027 ครับ
นี่คือหมุดหมายสำคัญที่บอกว่าไทยเรากำลังก้าวข้ามจากการเป็นผู้บริโภคเทคโนโลยี ไปสู่การเป็นผู้พัฒนา Deep Tech อย่างเต็มตัว
การสร้างดาวเทียมหนึ่งดวง ไม่ใช่แค่การได้มาซึ่งข้อมูลอวกาศ แต่มันคือการสร้างระบบนิเวศของเศรษฐกิจอวกาศ ที่ต้องมีแรงงานทักษะสูง สำคัญที่สุดคือสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่า "Space is not that far for Thais"
ที่ NARIT แห่งนี้ คนทั่วไปสามารถเข้ามาเที่ยวชมได้นะครับ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ครบวงจรมาก มีทั้งนิทรรศการดาราศาสตร์ที่ทันสมัย ท้องฟ้าจำลองที่คมชัด และอาคารหอดูดาวที่เปิดให้คนทั่วไปมาส่องกล้องดูดาวเคราะห์กันจริงๆ บรรยากาศดีมากครับ ใครมาเชียงใหม่ ผมอยากให้พาเด็กๆ แวะมาสร้างแรงบันดาลใจกันได้
นอกจากนี้ ที่นี่ยังเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้ผู้พิการทางสายตาได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของอวกาศผ่านโมเดล 3D Printing ที่จำลองพื้นผิวดวงจันทร์ ดาวต่างๆ ให้หยิบจับและจินตนาการตามได้จริง เพราะดาราศาสตร์ที่นี่ไม่ได้มีไว้แค่ให้มองด้วยตา แต่สร้างมาเพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมครับ
เรากำลังสร้างประเทศรายได้สูงด้วยการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม และนี่คืออีกรูปธรรมหนึ่งที่เราทำได้อย่างไม่น้อยหน้าใครครับ








