หลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมเสวนาวิชาการและนิทรรศการผลงานในโครงการ SILPAKAM International Arts & Design Week 2026 ภายใต้แนวคิด “Signature Soul: ลายเส้นสร้างตัวตน ทักษะสร้างตัวจริง” เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ โดยมี ผศ.กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนสรุปของโครงการที่เริ่มต้นด้วยการฝึกปฏิบัติในกิจกรรมเวิร์กชอป ระหว่างวันที่ 1–25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งทางคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU วางจุดยืนไว้ว่า นักออกแบบต้องเป็น “ผู้ถือหางเสือ” ในการกำหนดทิศทางงานเพื่อให้เกิดคุณค่าที่เครื่องจักรเลียนแบบไม่ได้ และยกระดับให้นักศึกษามีหัวใจในการเป็นนักคิดที่เหนือกว่านักใช้เครื่องมือ เพื่อสร้างคุณค่าที่แตกต่างในการแข่งขันระดับมืออาชีพ
ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานนักศึกษาที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยในการทำงาน โดยมี ผศ.ทิพย์ลักษณ์ โกมลวณิชรองคณบดีและอาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ และ ดร.ปรวรรณ ดวงรัตน์ หัวหน้าหลักสูตรการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ ร่วมดำเนินรายการ ท่ามกลางนักศึกษาหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ ชั้นปีที่ 1, 2 และ 3 พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย และวิทยาลัยเทคโนโลยีวิบูลย์บริหารธุรกิจ รามอินทรา ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกิจกรรม
สำหรับการบรรยายในช่วงเช้าภายใต้หัวข้อ “IP Talk: AI สร้างงาน ใครเป็นเจ้าของ?” โดย คุณพิชญญ์ โชติพันธุ์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ กรมทรัพย์สินทางปัญญา มุ่งเน้นการปูพื้นฐานกฎหมายลิขสิทธิ์ที่ยังคงยึดหลัก “ความพยายามและการลงแรง” ของมนุษย์เป็นที่ตั้ง ทำให้การใช้เพียงคำสั่ง Prompt ให้ AI สร้างภาพนั้น อาจไม่ได้รับสิทธิคุ้มครองทางลิขสิทธิ์ นักออกแบบจึงต้องระวังความเสี่ยงตั้งแต่วัตถุดิบต้นทาง หากข้อมูลที่ใช้เทรน AI มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ผลงานที่ได้ย่อมผิดกฎหมายตามไปด้วย
นอกจากนี้ คุณพิชญญ์ ยังแนะนำให้นักศึกษาบันทึกขั้นตอนการทำงาน ทั้งการอัดวิดีโอหรือแคปภาพหน้าจอไว้เป็นหลักฐานยืนยันการมีส่วนร่วม และช่วยให้งานมีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน ซึ่งความเข้าใจในจุดนี้ถือเป็นแต้มต่อสำคัญในการประกอบอาชีพ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงและรักษาผลประโยชน์ในงานของตนเอง ไม่ให้ถูกนำไปใช้ฟรีโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม
“การที่เราตัดความเสี่ยงทางกฎหมายออกไปได้ถือเป็นเรื่องดี เพราะถ้าเราไม่ไปละเมิดลิขสิทธิ์ใคร ก็ไม่มีใครจะเอากฎหมายมาจัดการเราได้ และในขณะเดียวกันเราก็สามารถปกป้องงานของเราไม่ให้คนอื่นนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยที่เราไม่ได้รับค่าตอบแทน การสร้างจิตสำนึกเรื่องนี้ตั้งแต่วัยเรียนจึงจำเป็นมาก เพื่อให้ทุกคนรู้วิธีดูแลสิทธิ์ของตนเองและไม่ไปละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น” คุณพิชญญ์ อธิบาย
ขณะที่ช่วงบ่าย คุณต่อวงศ์ ซาลวาลา (พี่หาว) ช่างภาพและผู้เชี่ยวชาญด้าน Generative AI ได้ร่วมวงเสวนาถ่ายทอดประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านจากยุคอนาล็อกสู่ดิจิทัล โดยเปรียบเทียบว่าปัญญาประดิษฐ์มีความรู้มหาศาลเปรียบเสมือนมหาสมุทร ขณะที่ความรู้ของมนุษย์อาจเท่ากับกะละมังใบเล็ก ทักษะสำคัญในยุคนี้จึงไม่ใช่การพยายามควบคุมทุกอย่าง แต่คือ “ทักษะการเลือก” หรือ “Selection Skill” เพื่อตักน้ำขึ้นมาใช้งานให้ตรงกับปัญหาของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ
คุณต่อวงศ์ ยังยกตัวอย่างการแก้ปัญหาในระดับ Micro-design เช่น การออกแบบที่แขวนแปรงสีฟันหรือการย้ายตำแหน่งตะกร้าผ้าเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ใช้สอย ซึ่งสะท้อนว่างานออกแบบที่ "ขายได้" คือการมองเห็นจุดเจ็บปวด (Pain Point) และมอบทางออกที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง พร้อมสนับสนุนให้นักศึกษาพัฒนาตนเองสู่การเป็น Multi-skilled ที่เป็นทั้งผู้สร้างสรรค์ นักรีเสิร์ช และนักการตลาดในคนเดียวกัน เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนในยุคที่การมีรายได้ทางเดียวคือความไม่มั่นคง
ต่อเนื่องจากการพัฒนาทักษะ คุณต่อวงศ์ ยังได้แนะนำการใช้เทคโนโลยีเพื่อย่อเวลาการทำงานลงได้มหาศาลผ่านเครื่องมืออย่าง Perplexity AI ในการค้นคว้าข้อมูลที่ตรวจสอบต้นทางได้ และ NotebookLM ในการสรุปองค์ความรู้ผ่านฟีเจอร์ Audio Overview เพื่อพัฒนาตนเองผ่านเครื่องมือเหล่านี้ พร้อมแนะนำ “กฎ 15 นาทีทุกวัน” เพื่อสร้างวินัยและการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลได้จริงภายในเวลาเพียง 2 เดือน
“ทักษะที่สำคัญที่สุดในวันนี้คือทักษะการเลือกและการตัดสินใจ เพราะการมีพื้นฐานที่แน่นพอ คือทางลัดที่แท้จริงสู่ความสำเร็จที่จะช่วยให้คุณคัดแยกงานที่มีคุณภาพออกจากงานทั่วไปที่ AI สร้างขึ้นได้ ลายเซ็นหรือตัวตนของเราจึงไม่ได้ซ่อนอยู่ในคำสั่งPrompt ที่พิมพ์ลงไป แต่มันปรากฏอยู่ในสายตาที่มองเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับงานชิ้นนั้น ในยุคที่ทุกคนสามารถเจนภาพได้เหมือนกัน ความแตกต่างจะเกิดขึ้นจากรสนิยมและการเลือกหยุด ณ จุดที่ใช่ที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เครื่องจักรไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้” คุณต่อวงศ์ ทิ้งท้าย
ด้าน ผศ.ทิพย์ลักษณ์ โกมลวณิช รองคณบดีและอาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ ในฐานะผู้ดูแลโครงการ เปิดเผยถึงเบื้องหลังความตั้งใจในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า ทางมหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการมอบโอกาสและองค์ความรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เนื่องจากปัญญาประดิษฐ์คือ “โลกอนาคต” ที่นักศึกษารุ่นนี้จะต้องใช้ชีวิตและทำงานอยู่ด้วยในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามพฤติกรรมการเรียนการสอนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบประเด็นที่น่ากังวลคือนักศึกษามักนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งานในลักษณะที่ “ผิดวัตถุประสงค์” โดยพึ่งพาให้ทำงานแทนทั้งหมดจนทักษะการคิดวิเคราะห์และการฝึกฝนตนเองสูญหายไป
“เราต้องการปรับเปลี่ยนจากเพียงการให้เด็กๆ ได้รู้จักโลกของ AI เหมือนในปีที่ผ่านมา ที่เราเคยเชิญคุณสุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลกมาบรรยาย และสอนให้รู้วิธีอยู่กับเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานและลดระยะเวลาลง โดยไม่ให้เทคโนโลยีส่งผลเสียต่อกระบวนการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ่งแง่มุมนี้เป็นสิ่งที่นักศึกษาอาจยังมองไม่เห็นชัดเจนนัก แต่เราต้องการให้เขาใช้เครื่องมือดังกล่าวเพื่อพัฒนาตนเองให้ดีกว่าเดิม” ผศ.ทิพย์ลักษณ์ ระบุ
ผศ.ทิพย์ลักษณ์ ยังได้เล่าถึงความประทับใจซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของกิจกรรมว่า ภายหลังจบการเสวนา ได้มีโอกาสรับฟังบทสนทนาของนักศึกษาที่ตั้งข้อสังเกตว่า การหยิบเอาชิ้นส่วนจากงานคนอื่นมาวาดใหม่ เช่น การคัดลอก 'เข็มขัด' จากเรื่องนี้มาผสมกับ 'หมวก' จากเรื่องนั้น แท้จริงแล้วไม่ต่างจากกระบวนการของ AI ที่คัดลอกงานต้นฉบับมาประกอบกันใหม่ ซึ่งยังถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ดี เมื่อนักศึกษาสามารถแยกแยะและเรียนรู้ที่จะเปลี่ยน 'การลอก' ให้กลายเป็น 'แรงบันดาลใจเพื่อต่อยอด' ได้ด้วยตัวเอง นั่นคือข้อพิสูจน์ว่าโครงการนี้ได้สร้าง ‘เข็มทิศทางความคิด’ ให้พวกเขาใช้เป็นเครื่องมือตรวจจับความถูกต้องและความรับผิดชอบเชิงจริยธรรมในการทำงานสร้างสรรค์ต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการ “Thinking before prompting” หรือการคิดก่อนเริ่มคำสั่ง โดยชี้ว่าพื้นฐานความรู้ รสนิยมและประสบการณ์ คือเบื้องหลังของการเลือกที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อให้งานตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน เช่น การสื่อสารกับ “กลุ่มผู้สูงอายุ” ย่อมใช้เกณฑ์การตัดสินใจที่ต่างจาก “เด็ก Gen Alpha” ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถตัดสินใจแทนได้
ในช่วงท้าย ผศ.ทิพย์ลักษณ์ ย้ำถึงเป้าหมายสำคัญว่ากิจกรรมนี้จะเป็น “เชื้อเพลิงทางความคิด” ที่กระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการตรวจสอบตนเองตลอดระยะเวลาการศึกษา 4 ปี เพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริงหรือ“ซิกเนเจอร์” และเกิดการเปลี่ยนแปลงจนนำไปสู่ความเชื่อมั่นที่จะเติบโตไปสู่ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Lifelong Learning ในฐานะมืออาชีพที่มีความรับผิดชอบและจริยธรรมในโลกอนาคต สมกับความตั้งใจของคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU ที่จะปั้นบัณฑิตให้มีความสามารถระดับผู้มีประสบการณ์ทันทีที่เรียนจบ
โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ยังมีแผนที่จะดำเนินโครงการในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องในทุกปี เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้ศึกษาและฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรมเวิร์กชอป ก่อนจะนำผลงานที่ตกผลึกแล้วมาจัดแสดงในเวทีเสวนาครั้งต่อ ๆ ไป ภายใต้โครงการ SILPAKAM International Arts & Design Week








