การศึกษา

AUN-QA กับการพัฒนาคุณภาพหลักสูตรในมหาวิทยาลัย

แชร์ข่าว

ดร.นงค์ลักษณ์ โชติวิทยธานินทร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง "AUN-QA กับการพัฒนาคุณภาพหลักสูตรในมหาวิทยาลัย" ความว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง ระดับหลักสูตรตามเกณฑ์ AUN-QA” โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.วิเชียร ชุติมาสกุล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนางสาววิภาดา ศิริวัฒน์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานการศึกษาและวิจัย สถาบันวิทยาลัยชุมชน การอบรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันคุณภาพระดับหลักสูตร และการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report: SAR) ตามเกณฑ์ AUN-QA เวอร์ชัน 4.0

การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นกระบวนการตรวจสอบหรือประเมินผลอันเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพของหลักสูตรและผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ

ในบริบทของการศึกษาระดับอุดมศึกษา คุณภาพไม่ใช่แนวคิดที่มีมิติเดียว แต่เป็นแนวคิดที่ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการเรียนการสอน การวิจัย บุคลากร ทรัพยากรทางการศึกษา และการบริการวิชาการต่อสังคม การประกันคุณภาพจึงเป็นระบบการจัดการและการประเมินผลอย่างเป็นระบบเพื่อให้มั่นใจว่าสถาบันอุดมศึกษาสามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนด และสามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งกว่าไปกว่านี้ การประกันคุณภาพยังถือเป็นกระบวนการ “เรียนรู้ขององค์กร” ที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยเข้าใจตนเอง เห็นจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนา และสามารถปรับปรุงการดำเนินงานให้ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ดียิ่งขึ้น

ในยุคที่การศึกษาระดับอุดมศึกษาต้องเผชิญกับการแข่งขันระดับนานาชาติ ความคาดหวังของผู้เรียน และความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบประกันคุณภาพจะทำหน้าที่เสมือน “กลไกขับเคลื่อนคุณภาพ” ที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถรักษามาตรฐานทางวิชาการและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

AUN-QA (ASEAN University Network – Quality Assurance) เป็นกรอบการประกันคุณภาพการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล กรอบดังกล่าวให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน (Expected Learning Outcomes: ELOs) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ซึ่ง AUN-QA เวอร์ชัน 4.0 กำหนดเกณฑ์การประเมินระดับหลักสูตรไว้ 8 ด้าน ได้แก่ ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง โครงสร้างและเนื้อหาของหลักสูตร วิธีการจัดการเรียนการสอน การประเมินผลผู้เรียน บุคลากรสายวิชาการ ระบบสนับสนุนนักศึกษา สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้และโครงสร้างพื้นฐาน และผลลัพธ์และผลสัมฤทธิ์ของหลักสูตร

จุดเด่นของ AUN-QA คือการมองคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ไปจนถึงผลลัพธ์ และเน้นการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องผ่านวงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act) ซึ่งช่วยให้การประกันคุณภาพไม่หยุดอยู่ที่การประเมิน แต่เป็นกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับผลลัพธ์ที่มหาวิทยาลัย นักศึกษา และสังคมจะได้รับเมื่อมหาวิทยาลัยดำเนินการประกันคุณภาพตามแนวทาง AUN-QA นอกจากตัวสถาบันหรือมหาวิทยาลัยแล้วยังส่งผลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม

1. ระดับมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจะมีระบบบริหารจัดการคุณภาพที่ชัดเจน สามารถวางแผนและพัฒนาหลักสูตรได้อย่างมีทิศทาง อีกทั้งยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล

2. ระดับนักศึกษา นักศึกษาจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ชัดเจน และสามารถพัฒนาความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

3. ระดับสังคมและผู้ใช้บัณฑิต ผู้ประกอบการและสังคมจะได้รับบัณฑิตที่มีสมรรถนะตรงกับความต้องการ สามารถทำงานได้จริง และมีศักยภาพในการพัฒนาประเทศ

การประกันคุณภาพเป็นกระบวนการสร้าง “คุณค่า” ให้กับการศึกษาและสังคมโดยรวม อย่างไรก็ดี แม้ว่าการประกันคุณภาพจะมีความสำคัญ แต่ในทางปฏิบัติ อาจารย์จำนวนไม่น้อยมองว่าการประเมินเป็นภาระด้านเอกสารและงานบริหาร ถ้าระบบประกันคุณภาพมุ่งเน้นเพียงการจัดทำรายงานหรือหลักฐานจำนวนมาก ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็น “ภาระงาน” มากกว่าการพัฒนา

ดังนั้น จุดสมดุลของการประกันคุณภาพควรอยู่ที่การทำให้ระบบประกันคุณภาพเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานปกติของหลักสูตร ไม่ใช่งานเพิ่มเติมที่ต้องทำเฉพาะช่วงประเมิน โดยมีแนวทางสำคัญ ประกอบด้วยการใช้ข้อมูลจากการดำเนินงานจริง เช่น

ผลการเรียนรู้ของนักศึกษา การประเมินรายวิชา หรือข้อมูลผู้ใช้บัณฑิต การลดการทำเอกสารซ้ำซ้อน และเน้นหลักฐานที่สะท้อนการดำเนินงานจริง การใช้ระบบข้อมูลดิจิทัลช่วยเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล และการส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพ (Quality Culture) ให้บุคลากรเห็นว่าการประกันคุณภาพคือเครื่องมือพัฒนามากกว่าการตรวจสอบ

เมื่อการประกันคุณภาพเชื่อมโยงกับการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน อาจารย์และบุคลากรจะมองเห็นคุณค่าและสามารถใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลในการปรับปรุงการเรียนการสอนได้จริง

เมื่อมองว่าการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาขององค์กร การใช้กรอบ AUN-QA จะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาหลักสูตรอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกับความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม และยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ทัดเทียมนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมหาวิทยาลัยสามารถรักษาสมดุลระหว่าง “การประเมิน” และ “การพัฒนา” ได้อย่างเหมาะสม ระบบประกันคุณภาพจะไม่ใช่ภาระ แต่จะกลายเป็นเครื่องมือพลังสำคัญเพื่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของสังคมในระยะยาว

#AUNQA #ประกันคุณภาพการศึกษา #อุดมศึกษา #พัฒนาหลักสูตร #มหาวิทยาลัย #การศึกษาไทย