รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผย ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ เกือบครึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน เร่งสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดผ่านกิจกรรม “S ED Talk ตัวแม่ตัวมัม นำทอล์กเพศศึกษา” สื่อสารเรื่องเพศอย่างตรงไปตรงมา สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ป้องกันเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รู้สถานะสุขภาพของตนเอง และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว เพราะความรอบรู้เรื่องสุขภาพทางเพศไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่คือทักษะชีวิตที่จำเป็น
วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2569) ที่ วิทยาลัยเทคนิคพัทยา จ.ชลบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดกิจกรรม “S ED Talk ตัวแม่ตัวมัม นำทอล์กเพศศึกษา” โดยมี นายยอดศักดิ์ รักษาแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข อาจารย์ นักเรียน และนักศึกษาร่วมงานกว่า 350 คน
นายพัฒนา กล่าวว่า สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน อายุ 15 – 24 ปี โดยปี 2568 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ประมาณ 8,000 ราย เกือบครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบป่วยด้วยโรคซิฟิลิสเพิ่มขึ้นถึง 2.7 เท่า และโรคหนองในเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวและเมืองหลักที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่จะขับเคลื่อนการสื่อสารเรื่องเพศวิถีศึกษาอย่างสร้างสรรค์ และเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ ตั้งคำถาม และเข้าถึงบริการด้านสุขภาพทางเพศ ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนไทยมีความรอบรู้เรื่องสุขภาพทางเพศมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่คือทักษะชีวิตที่จำเป็น การมีข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านจะช่วยให้เยาวชนสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และรู้จักปกป้องตนเองและผู้อื่นอย่างเหมาะสม สามารถใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมด้วยความเข้าใจและไม่เกิดการตีตรา
ด้าน นพ.มณเฑียร กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะโรคซิฟิลิสและหนองในในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง สาเหตุหลักมากกว่า 90% มาจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน กระทรวงสาธารณสุขจึงจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงการตรวจเอชไอวีเพื่อทราบสถานะของตนเอง
โดยประสานความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยกิจกรรมในวันนี้ มีทั้งเวทีเสวนาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากอินฟลูเอนเซอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทางเพศ เน้นความรู้และทักษะชีวิตด้านเพศศึกษา บูทนิทรรศการการป้องกันเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การสนับสนุนถุงยางอนามัย การขอรับชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองผ่านช่องทาง Line Official Account "Stand by You" ตลอดจนการป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอื่นๆ เช่น สุรา บุหรี่ไฟฟ้า PM2.5 เพื่อให้เยาวชนไทยมีสุขภาพแข็งแรง เติบโตอย่างมีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป








