วันที่ 29 พ.ค.69 ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Center for Medical Genomics" ระบุว่า...
อีโบลา (Ebola) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือไม่?
มักมีข้อสงสัยว่า อีโบลา ควรถูกจัดกลุ่มเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Disease - STD) เช่นเดียวกับ เอชไอวี (HIV), ซิฟิลิส (Syphilis) หรือหนองใน (Gonorrhea) หรือไม่
คำตอบคือ อีโบลาไม่ใช่ STD เป็นหลัก แต่เป็นโรคที่ "อาจแพร่ทางเพศสัมพันธ์ได้หลังจากหายป่วย"
ทำไมอีโบลาถึงไม่ใช่ STD แบบคลาสสิก?
อ้างอิงจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ช่องทางหลักในการแพร่กระจายของไวรัสอีโบลา คือการสัมผัสโดยตรงกับ:
• เลือด
• สารคัดหลั่ง
• อวัยวะ
• เนื้อเยื่อ
• พื้นผิว หรือวัสดุที่ปนเปื้อนจากผู้ป่วยที่มีอาการ
หากการแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่ เส้นทางหลักของโรคในระยะเฉียบพลัน ทำไมถึงมีรายงานการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์?
แม้ไม่ใช่ช่องทางหลัก แต่ อีโบลาสามารถแพร่ทางเพศสัมพันธ์ได้ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะผ่านทาง น้ำอสุจิของผู้ชายที่หายจากโรคอีโบลาแล้ว
สาเหตุเนื่องจากไวรัสอีโบลาอาจยังคงหลบซ่อนอยู่ในบางอวัยวะของร่างกายที่ระบบภูมิคุ้มกันเข้าถึงได้ยาก (Immunologically privileged sites) เช่น:
• อัณฑะ
• ดวงตา
• สมอง
WHO ระบุว่า มีการบันทึกการแพร่เชื้อผ่านน้ำอสุจิได้นานถึง 15 เดือน หลังจากผู้ป่วยฟื้นตัวทางคลินิกแล้ว
หลักฐานสนับสนุน
ในปี 2015 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้รายงานกรณีในประเทศไลบีเรีย ที่เข้าข่ายการแพร่เชื้ออีโบลาทางเพศสัมพันธ์จากผู้รอดชีวิตชาย โดยตรวจพบ RNA ของไวรัสในน้ำอสุจิ แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 199 วัน หลังเริ่มมีอาการป่วย อย่างไรก็ตาม CDC ได้ระบุอย่างระมัดระวังว่าเป็น "การแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ (Possible sexual transmission)" ไม่ใช่ช่องทางหลักของการระบาด
เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ควรแบ่งระยะการแพร่เชื้อออกเป็น 2 ระยะ:
1. ระยะป่วยเฉียบพลัน: การแพร่เชื้อหลักเกิดจากการสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
2. ระยะหลังหายป่วย: ผู้รอดชีวิตชายบางรายอาจยังมีไวรัสหลงเหลือในน้ำอสุจิ ทำให้มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้
แนวทางปฏิบัติจาก WHO สำหรับผู้รอดชีวิต
เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ WHO มีคำแนะนำดังนี้:
• โปรแกรมการตรวจ: ควรมีการตรวจน้ำอสุจิเป็นประจำทุกเดือน จนกว่าจะได้รับผลเป็นลบ 2 ครั้งติดต่อกัน
• การป้องกัน: หากไม่มีโปรแกรมการตรวจรองรับ WHO แนะนำให้ผู้รอดชีวิตชายใช้มาตรการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย (Safe sex) เป็นเวลา 12 เดือน
"อีโบลาไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยกำเนิด แต่ในผู้รอดชีวิตบางราย ไวรัสอาจคงอยู่ในน้ำอสุจิได้นาน จึงมีโอกาสแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์หลังหายป่วยได้ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีการให้คำปรึกษา การป้องกัน และการตรวจติดตามอย่างเหมาะสม"
อ้างอิง (References)
• World Health Organization (WHO) - Ebola virus disease (ข้อมูลช่องทางการแพร่กระจายเชื้อ และคำแนะนำสำหรับผู้รอดชีวิตชาย)
https://www.who.int/news.../fact-sheets/detail/ebola-disease
• Centers for Disease Control and Prevention (CDC) - Possible Sexual Transmission of Ebola Virus — Liberia, 2015 (รายงานกรณีศึกษาการพบเชื้อในน้ำอสุจิที่ประเทศไลบีเรีย)
https://www.cdc.gov/mmwr/preview/mmwrhtml/mm6417a6.htm
#อีโบลา #Ebola #ศูนย์จีโนม #โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ #WHO #CDC #ข่าวสุขภาพ #สุขภาพ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








