จากกรณีที่นายเจนณรงค์ เรืองสุวรรณ เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ยื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักการโยธา เมื่อวันที่ 27 ก.ค.69 เพื่อขอคัดค้านอายัดและขอให้สั่งระงับการเข้าทำประโยชน์/การออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (อ.1) และ ใบอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมายควบคุมอาคาร(อ.6) เพราะถูกบริษัท แห่งนึงผู้ว่าจ้าง ก่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนแห่งหนึ่ง ผิดสัญญาและค้างชำระเงินค่างวด เป็นจำนวน 57 ล้านบาท โดย ผู้อำนวยการส่วนควบคุมอาคาร 2 สำนักงานควบคุมอาคาร สำนักการโยธา เป็นผู้รับเรื่อง
ต่อมา สำนักการโยธา (สนย.) ได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวพบว่า ปัจจุบันใบอนุญาตสิ้นอายุแล้ว โดยไม่มีการต่ออายุใบอนุญาต หรือยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคารแต่อย่างใด ซึ่งจากการตรวจสอบอาคารก่อสร้างโครงสร้างแล้วเสร็จอยู่ระหว่างดำเนินงานงานตกแต่งและติดตั้งงานระบบ ดังนั้น สนย. ได้มีหนังสือแจ้งใบอนุญาตสิ้นอายุแจ้งสำนักงานเขตทราบและพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ต่อมา วันที่ 13 ส.ค.69 เข้ายื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการเขต เพื่อขอให้ตรวจสอบและสั่งระงับการใช้อาคารและการก่อสร้างดัดแปลง โครงการก่อสร้างอาคารเรียนดังกล่าว โดยมีผู้อำนวยการเขต รับเรื่องด้วยตัวเอง พร้อมสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ลงพื้นที่ทันที เพื่อแจ้งให้เจ้าของอาคารรับทราบ หลักเกณฑ์และขั้นตอนการพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารประเภทต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่สำนักการโยธา เขตดินแดง ผู้อำนวยการส่วนควบคุมอาคาร 2 สำนักงานควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กล่าวความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา บริษัทฯคู่กรณี ได้ยื่นหนังสือแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือ รื้อถอนอาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 39 ทวิ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆตามที่กฎหมายกำหนดปัจจุบันสำนักการโยธา อยู่ระหว่างการพิจารณาออกใบรับแจ้ง
ทั้งนี้ บริษัทฯ คู่กรณีได้เดินทางมายืนยันว่า ได้ยื่นหนังสือแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 39 ทวิ กับสำนักงานควบคุมอาคาร สำนักการโยธาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว








