อบต.เกาะใหญ่ สานพลัง สสส.ลุย “นวัตกรรมสร้างสุข” ฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสาบสงขลา ดัน 9 ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะใหญ่ (อบต.เกาะใหญ่) อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลาและเครือข่ายลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ได้จัดเวทีขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม จากนโยบายสู่การขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติการเครือข่ายตำบลสุขภาวะ “พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา” ซึ่งมีสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้การสนับสนุน
เป้าหมายสำคัญเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการขับเคลื่อนและบทเรียนการจัดการฐานทรัพยากรท้องถิ่นของ อบต.เกาะใหญ่ และเครือข่าย พร้อมทั้งสังเคราะห์ต่อยอดข้อเสนอนโยบายสาธารณะไปสู่การปฏิบัติจริงผ่านการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น ภาควิชาการ และประชาชน ตลอดจนการสร้างความร่วมมือเพื่อกำหนดทิศทาง แผนปฏิบัติการ กลไกติดตามผล และการประกาศเจตนารมณ์ในการผลักดันความร่วมมือเชิงนโยบายของเครือข่าย อปท. ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ให้เชื่อมโยงเข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่นและการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสมดุลและยั่งยืน
นายมงคล เครือแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะใหญ่ เปิดเผยว่าถึงการดำเนินงานในพื้นที่ว่า เดิมทีทะเลสาบสงขลามีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก ต่อสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลง ทรัพยากรปลาและสัตว์น้ำลดลงไปมาก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน ทาง อบต.เกาะใหญ่ จึงร่วมกับผู้นำชุมชน สมาชิก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน และภาคีเครือข่าย นำโครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงเข้ามาช่วยยกระดับวิถีชีวิต ผ่านการจัดการตนเองและขยายผลไปยัง อปท. และชุมชนรอบลุ่มทะเลสาบใกล้เคียง
"เมื่อได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ทำให้ชาวบ้านในตำบลเกาะใหญ่มีวิถีชีวิตและรายได้ที่ดีขึ้น ปัจจุบันเรามีชาวประมงที่ขึ้นทะเบียนกว่า 600 ลำ โดยเริ่มนำร่องใน 4 หมู่บ้าน ด้วยการจัดทำ เขตอนุรักษ์ 250 เมตรจากชายฝั่งเพื่ออนุบาลและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะกุ้งก้ามกราม พร้อมปักป้ายกติกาชุมชน และร่วมกันทำบ้านปลา-บ้านกุ้ง (ซังกอ) เพื่ออนุบาลสัตว์น้ำ ซึ่งในหลายปีที่ทำดำเนินมาทำให้มีกุ้งเพิ่มขึ้นปริมาณมาก สร้างรายได้ให้ชาวประมงได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยัง อปท. รอบลุ่มทะเลสาบอีกด้วย" นายมงคล กล่าว
นอกจากกลไกความร่วมมือภายในตำบลแล้ว นายกอบต.เกาะใหญ่ ย้ำว่า อบต.เกาะใหญ่ ให้ความสำคัญกับการทำงานเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย เนื่องจากพื้นที่ตำบลเกาะใหญ่ถูกแบ่งเป็น 2 ฝั่ง มีภูเขากั้นและมีทะเลสาบล้อมรอบ การจะฟื้นฟูทรัพยากรให้สำเร็จได้จึงต้องดึง อปท. และชุมชนตลอดริมทะเลสาบเข้ามาเป็นเครือข่ายลูกข่ายร่วมกัน เช่น อบต.นาปะขอ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง, อบต.บ้านใหม่ และ อบต.บ้านขาว อ.ระโนด จ.สงขลา เพื่อร่วมมือกันอนุรักษ์ลุ่มน้ำตลอดแนวชายฝั่งอย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน
ด้าน ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. กล่าวถึงทิศทางและกลยุทธ์การหนุนเสริมพื้นที่ว่า สสส. ให้ความสำคัญกับบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนงาน โดยทำงานอิงกับระบบนิเวศและบริบทพื้นที่จริงซึ่งเชื่อมโยงกับทะเลสาบสงขลา ทั้งนี้ สสส. เข้ามาช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและการทำงานข้ามเขตแดน อปท. เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันในรูปแบบเครือข่าย
"สสส. ไม่ได้ใช้วิธีบังคับให้ชาวบ้านลดเหล้าหรือบุหรี่โดยตรง แต่เราใช้ 'ประเด็นปัญหาร่วม' ของพื้นที่ อย่างเรื่องทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมและปากท้องเป็นจุดเริ่มต้น มื่อเราเข้าไปช่วยฟื้นฟูทรัพยากร ปล่อยพันธุ์กุ้ง และสร้างอาชีพให้ชุมชนเห็นผลประโยชน์เป็นรูปธรรมแล้ว จึงค่อยชวนสอดแทรกเรื่องการดูแลสุขภาพและการลดปัจจัยเสี่ยง นอกจากนี้ ยังมีการเก็บข้อมูลวิชาการอย่างเป็นระบบ ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการ เพื่อให้ท้องถิ่นและชุมชนสามารถบริหารจัดการต่อได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน แม้ในวันที่ สสส. ถอนตัวออกไป ซึ่งเราคาดหวังว่าพลังจากเครือข่ายชุมชนนี้จะขับเคลื่อนไปสู่การเป็นนโยบายสาธารณะจากล่างขึ้นบนอย่างแท้จริง" ดร.นิสา กล่าว
สำหรับหัวใจสำคัญของการดำเนินงานในครั้งนี้ คือการขับเคลื่อน "ข้อเสนอนโยบายสาธารณะการฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาโดยชุมชนท้องถิ่น" ซึ่งเกิดจากการยกร่างร่วมกันของชุมชนรอบลุ่มทะเลสาบสงขลา ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช โดยมี อบต.เกาะใหญ่ และ อบต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เป็นศูนย์จัดการเครือข่ายหลัก ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผลักดันนโยบายสาธารณะ 9 ข้อ เริ่มตั้งแต่การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและกลไกความเข้มแข็งของชุมชนผ่านการจัดตั้งสมัชชาอนุรักษ์ลุ่มน้ำฯ การพัฒนาศักยภาพผู้นำ และการพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อใช้วัดผลจริง ควบคู่ไปกับการจัดทำเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ ออกกติกาชุมชน สนับสนุนการจัดทำบ้านปลา (ซังกอ) การเพาะเลี้ยงและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจ และการอนุรักษ์เพิ่มพื้นที่ป่ารอบทะเลสาบ นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงไปสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างรับผิดชอบ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน และการรณรงค์หยุดใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ตลอดจนลดการปล่อยขยะและน้ำเสียลงสู่ทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน
ภายในงานเวทีขับเคลื่อนนโยบายครั้งนี้ เหล่าผู้ทรงคุณวุฒิ จากสสส.ประกอบด้วย ดร.นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสิรฐ ประธานกรรมการบริการแผนคณะที่ 3 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ประธานกรรมการกำกับทิศทางพื้นที่ภาคใต้, ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติ วงษ์โพธิพันธุ์ กรรมการกำกับทิศทางพื้นที่ภาคใต้ และ ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย กรรมการกำกับทิศทางแผนสุขภาวะชุมชน พื้นที่ภาคกลาง ได้เดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่เรียนรู้ของพื้นที่ตำบลเกาะใหญ่ อาทิ ธนาคารกุ้งก้ามกราม การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา พร้อมทั้งร่วมเปิดป้ายแนวเขตอนุรักษ์เพื่อกำหนดพื้นที่คุ้มครองทางทะเลโดยชุมชน และร่วมกันปล่อยลูกกุ้งก้ามกรามจำนวนหนึ่งล้านตัว คืนสู่ทะเลสาบสงขลา
ความร่วมมือระหว่าง อบต.เกาะใหญ่ และภาคีเครือข่ายลุ่มน้ำทะเลสาบ สะท้อนถึงพลังของชุมชนท้องถิ่นที่ลุกขึ้นมาจัดการทรัพยากรของตนเองอย่างเป็นระบบ ซึ่งความสำเร็จนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตำบลเกาะใหญ่ แต่ยังขยายผลผ่านฐานเรียนรู้เครือข่ายทุนทางสังคมถึง 13 แห่งทั่วลุ่มน้ำ กลายเป็นต้นแบบที่พิสูจน์ว่าการนำนวัตกรรม ข้อมูลวิชาการ และพลังการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่มาผนวกกัน สามารถผลักดันข้อเสนอนโยบายสาธารณะจากระดับชุมชนให้เชื่อมโยงเข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่นได้จริง และวางรากฐานให้การฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาเดินหน้าต่อไปอย่างสมดุลและยั่งยืน








